การดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นสามารถทำให้คนขาดสติได้ ซึ่งในบางครั้ง มันก็นำพาไปสู่เรื่องราวที่ไม่มีวันคาดคิดถึง อย่างเช่นเรื่องราวของหนุ่มอังกฤษคนนี้

Paul Ferrell อายุ 32 ปี เป็นชาวอังกฤษที่มาอาศัยอยู่ที่ประเทศไต้หวันเป็นเวลา 13 ปี เขาใช้ชีวิตอยู่กับภรรยาสาวชาวไต้หวันในทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเกาสูยง

 

 

วันหนึ่งนาย Paul ได้เข้าไปแฮงเอาท์ที่บาร์ชื่อดังในเมือง เขาดื่มแบบจัดหนักจัดเต็มจนเมาแอ๋ และเขาก็ได้ถกเถียงกับเพื่อนที่นั่งดื่มด้วยกันถึงประเด็นเรื่องความรักชาติ

แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาไปเถียงกันอีท่าไหน หนุ่ม Paul ถึงได้ของขึ้น แล้วเดินไปยังร้านสักที่อยู่ใกล้ที่สุดในตอนนั้น

 

 

เขาได้รบเร้าให้ช่างสักที่ชื่อว่า เว่ยเฉิง สักคำว่า “ไต้หวัน” ตรงกลางหน้าผากของเขาด้วยหมึกสีดำ ถึงแม้ว่าช่างสักจะถามย้ำซ้ำๆ ว่าเขาต้องการจะสักที่หน้าผากด้วยคำๆ นี้จริงๆ หรอ ซึ่งหนุ่ม Paul ที่อยู่ในสภาพเมามากๆ ก็ยังยืนยันคำตอบเดิมว่า

“ผมรักไต้หวัน สักมันลงบนหน้าของผมเลยลูกพี่”

 

 

เมื่อไม่สามารถปฏิเสธลูกค้าได้ นายเว่ยก็เลยสนองความต้องการของคุณลูกค้าด้วยการสักคำว่า “ไต้หวัน” เป็นอักษรจีนขนาดใหญ่ตรงกลางหน้าผาก แถมธงสีเขียวตรงปลายคางให้อีกด้วย

หลังจากที่สักเสร็จหนุ่ม Paul ก็ได้ขับรถเพื่อที่จะกลับมานอนที่บ้าน แต่ทว่าเขาถูกจับกุมในข้อหาเมาแล้วขับ

 

 

พอภรรยาของเขามาถึง เธอรู้สึกโกรธมากๆ ซึ่งเขาก็สงสัยว่าภรรยาโกรธอะไรนักหนา หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเขาเมาแล้วขับ สร้างความเดือดร้อนจนเธอต้องมาประกันตัวกันแน่นะ

หลังจากที่ได้ส่องกระจกเขาก็ต้องตะลึงกับรอยสักขนาดใหญ่ตรงกลางหน้าผาก และนี่เองคือสาเหตุที่ทำให้ภรรยาของเขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้

 

 

Paul ได้ถ่ายรูปใบหน้าพร้อมรอยสักของเขาโพสต์ลงบน Facebook ส่วนตัวด้วยแคปชั่นที่ว่า “ผมเมามากๆๆๆ และก็โง่มากที่ได้สักลงบนใบหน้าแบบนี้ ผมรักประชาชนและประเทศไต้หวันมากๆ แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองโง่มากๆ ที่ทำแบบนี้ และผมก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขยังไง”

นาย Paul ต้องให้ทางแพทย์ช่วยลบรอยสักบนใบหน้าซึ่งมันเป็นไปได้ยากและมีค่าใช้จ่ายที่สูงถึงประมาณ 2 แสนบาท แต่เขาก็ต้องยอมเสียเงิน พร้อมกับรับความเจ็บปวดของการเมาเพียงครั้งเดียว

 

สุดท้ายนี้ #เหมียวบู้บี้ อยากขอให้คุณผู้อ่านอย่าเมาจนขาดสติแบบนี้ และเมาไม่ขับนะคะ

 

ที่มา dailymailodditycentral

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...