อินเดียเฮ! หลังปากีสถานปล่อยตัว ‘นักบินขับเครื่องบินรบ’ ของอินเดียเรียบร้อยแล้ว

นับเป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2019 หลังจากทางการของปากีสถานยิงเครื่องบินของอินเดียตกสองลำ โดยให้เหตุผลเพราะเครื่องบินของอินเดียบินรุกล้ำเส้นเขตแดนน่านฟ้าของปากีสถาน

หนึ่งในนั้นมีนักบินที่ถูกทางการปากีสถานจับตัวไปและสร้างสถานการณ์ตึงเครียดให้กับสองประเทศเป็นอย่างมาก

กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ.2019 ทางการปากีสถานได้ปล่อยตัว Abhinandan Varthaman นักบินชาวอินเดียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งทางปากีสถานได้นำตัวส่งนาวาอากาศโท Abhinandan ที่เขตชายแดนของปากีสถานช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 1 มีนาคมตามเวลาท้องถิ่น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ประชาชนอินเดียและปากี ร่วมรณรงค์ผ่าน #ProfileForPeace ไม่เอาสงคราม บนทวิตเตอร์

 

 

นาวาอากาศโท Abhinandan เป็นนักบินขับเครื่องบินรบที่มีชั่วโมงบินตลอดระยะเวลา 16 ปี ที่ทำงานให้กับทางกองทัพอากาศอินเดีย เขามาจากนครเจนไน ตอนใต้ของประเทศอินเดีย และเริ่มเข้าทำงานให้กับทางการทหารอากาศตั้งแต่ปี 2003

จากเหตุการณ์อันตึงเครียด Abhinandan ได้เผยหลังการปล่อยตัวว่า “ทางการปากีสถานดูแลผมดีมาก พวกเขามีความเป็นมืออาชีพ”

หลังจากที่ได้รับการปล่อยตัวเขาได้เข้าตรวจเช็กร่างกาย และจะกลับไปหาครอบครัวของเขาภายในสัปดาห์นี้

ก่อนหน้าที่เขาถูกทางการปากีสถานจับนั้น ประชาชนชาวอินเดียและปากีสถานต่างพากันโพสต์ข้อความถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก หลายคนต่างแสดงความห่วงใยผ่านโลกออกไลน์ตลอดเวลา แม้แต่วันที่เขาได้รับการปล่อยตัวแล้วก็ตาม

 

หญิงสาวคนหนึ่งได้โชว์ภาพของ Abhinandan ในการเดินขบวนแห่งหนึ่งที่ปากีสถาน

 

“อย่าแม้แต่จะคิดจะจับเขาไว้เชียวนะปากีสถาน หากคุณคิดจะทรมานเขาคุณจะได้รับมันกลับไปแรงกว่าเดิมสองเท่า”

 

“เขาดูเงียบสงบมากทั้งๆ ที่เขาคงทุกข์ระทมข้างในน่าดู เราขอสวดมนต์ให้กับนักบินผู้กล้าหาญของเรา ขอให้เขากลับมาได้อย่างปลอดภัย”

 

สุดท้ายแล้วหลังการปล่อยตัวทุกอย่างดูจะลดความตึงเครียดลงในระดับนึง และในเช้าที่ผ่านมาชาวอินเดียต่างพากันมายืนโบกธงอินเดียที่เขตชายระหว่างสองประเทศ

 

นายกรัฐมนตรี Narendra Modi ได้กล่าวต้อนรับนักบินคนนี้ และยินดีอย่างยิ่งที่ทางการปากีสถานปล่อยตัวเขาออกมา

 

เหตุการณ์นี้จบลงที่นักบิน Abhinandan ได้กลายเป็นฮีโร่ของประเทศอินเดียไปแล้ว และประชาชนของปากีสถานก็ร่วมยินดีในการปล่อยตัวครั้งนี้ด้วย

 

ที่มา: bbceconomictimes

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....