หมาป่าเป็นหนึ่งในสัตว์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในเรื่องความแข็งแกร่ง สัญชาตญาณอันน่าทึ่ง ความฉลาดเฉียบแหลม และความสามารถในการเข้าสังคม

เพราะเหตุนี้ จึงมีคนที่อยากทำให้หมาป่ากลายเป็นหมาบ้านในฐานะสัตว์เลี้ยง ด้วยการผสมระหว่างหมาป่ากับหมาบ้าน จนได้ออกมาเป็นสุนัขพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า Wolfdog (วูล์ฟด็อก)

 

 

Yuki เป็นหนึ่งในสุนัขลูกครึ่งระหว่างหมาป่ากับหมาบ้าน มันเกิดจากการผสมระหว่างหมาป่าสีเทา 87.5 % ไซบีเรียน ฮัสกี้ 8.6 % และเยอรมัน เชพเพิร์ด 3.9 %

ปัจจุบัน Yuki อาศัยอยู่ในศูนย์อนุรักษ์หมาป่า Shy Wolf Sanctuary

 

 

ในรูปที่เห็นอยู่นี้ จะเห็นว่า Yuki มีขนาดตัวที่ใหญ่จนน่ากลัว และกลายเป็นที่พูดถึงทั่วโลกโซเชียล ซึ่งเมื่อมีการพูดถึงมากๆ ก็มีคนอยากรู้จักมันมากขึ้น

Brittany Allen วัย 54 ปีหนึ่งในทีมงานของ Shy Wolf Sanctuary จึงได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวของ Yuki ว่า มันมีน้ำหนักประมาณ 54 กิโลกรัม และมันมีเรื่องราวน่าเศร้าอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มนี้

 

 

Allen เล่าว่า “เราได้ช่วยมันออกจากบ้านที่ไม่สามารถรับมือกับมันได้ พวกเขาซื้อมันมาจากคนเพาะพันธุ์สัตว์ขาย แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถดูแลมันได้”  

“พวกเขานำ Yuki ไปทิ้งไว้ในศูนย์พักพิงสัตว์เพื่อให้การุณยฆาต ตอนที่มันอายุแค่ 8 เดือนเท่านั้น นั่นเป็นตอนที่เรายื่นมือเข้าไปช่วยเหลือมัน จัดหาบ้านให้ และมันได้อยู่กับเราตั้งแต่นั้นมา”

 

 

“Yuki เข้ามาอยู่กับเราในปี 2008 มันมีสุขภาพดีพอสมควร เมื่อเทียบกับสัตว์ส่วนใหญ่ที่เรารับเข้ามา และมีบุคลิกที่ค่อนข้างสง่าผ่าเผย”

“แต่อยู่ไปได้ไม่ได้นาน ความซุกซนของ Yuki ก็ทำให้มันได้แผลขนาดใหญ่บริเวณหลังเข่าขวา ส่งผลให้มันต้องรับการผ่าตัดถึง 5 ครั้ง และเพราะการรักษาที่ยาวนานนี้ ทำให้ Yuki  กลายเป็นหมาที่ก้าวร้าว”

 

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อ Yuki ได้ย้ายไปอยู่บ้านใหม่ในปี 2012 ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของ Shy Wolf Sanctuary มันก็กลับมาเป็น Yuki ตัวเดิมที่มีนิสัยน่ารัก มันรักเจ้าของ ชอบเวลามีคนมาเยี่ยม และมันเป็นแค่เด็กน้อยไร้เดียงสาตัวหนึ่งเท่านั้น

เวลา Yuki ชอบใคร มันจะแสดงให้รู้ด้วยการยอมให้พวกเขาเข้ามาในกรงขนาดใหญ่ของมัน ซึ่งมีกลุ่มผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่มันชอบให้เข้ามาในกรงของมันเสมอ

Judy อาสาสมัครของ Shy Wolf Sanctuary เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับความไว้วางใจจาก Yuki

 

 

การที่ทางศูนย์นำเสนอเรื่องของ Yuki เพื่อให้ผู้คนตระหนักและคิดให้ดีก่อนเลี้ยงสุนัขลูกครึ่ง เพราะคุณไม่รู้เลยว่ามันมีนิสัยหมาป่ากี่เปอร์เซ็นต์และมีนิสัยหมาบ้านกี่เปอร์เซ็นต์

พวกเขาบอกว่าถ้าเป็นหมาป่าแท้ มันจะวิ่งหนีเมื่อเห็นผู้คน เพราะพวกมันมีนิสัยขี้อายและขี้สงสัย แต่สำหรับ Yuki จะวิ่งเข้าหาคนใหม่ๆ เสมอ ถ้ามันไม่ชอบใคร มันจะแสดงท่าทางก้าวร้าวใส่พวกเขา

 

 

นิสัยสองขั้วของ Yuki แสดงให้เห็นว่าถึงสุนัขลูกครึ่งจะชอบเข้าสังคม แต่พวกมันก็อยากมีพื้นที่ส่วนตัวเหมือนกัน และเราต้องเคารพในพื้นที่นั้นของมัน

 

 

ปัจจุบัน Yuki เป็นหนึ่งในสัตว์ที่น่าสนใจที่สุดของศูนย์ มันไม่ใช่สัตว์ที่ใครจะทำความรู้จักได้ง่ายๆ แต่ก็มีอาสาสมัครจำนวนหนึ่งที่เจ้าหมาชอบและมีความผูกพันกับพวกเขา

มันมีฉายาว่า Woowoo เพราะเมื่อมันเห็นอาสาสมัครที่ชอบ มันจะทำเสียง Woowoo เพื่อเรียกให้พวกเขามาเล่นด้วย

 

 

หลังจาก Yuki อยู่ในบ้านที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความรักมาหลายปี ทางศูนย์อนุรักษ์ก็ได้ทราบข่าวร้ายที่ทำให้หัวใจแทบแตกสลาย เมื่อคุณหมอที่ตรวจสุขภาพน้องแจ้งว่า Yuki เป็นมะเร็ง ซึ่งอยู่ในระยะสุดท้าย

แน่นอนว่าถ้าดูจากภายนอก คุณไม่สามารถบอกได้เลยว่ามันกำลังป่วย

ถึงอย่างนั้น Yuki ก็ยังคงต่อสู้กับโรคร้ายนี้ โดยไม่แสดงอาการให้เห็น มันทำตัวปกติและสร้างความสุขให้กับทุกคนในศูนย์เหมือนเช่นเคย

 

 

เวลาผ่านไป อาการของ Yuki ทรุดหนักลงเรื่อยๆ จนมันไม่สามารถเก็บได้อีกต่อไป แม้ว่ามันจะไม่อยากให้รู้ถึงความเจ็บปวดนี้ก็ตาม

ทางอาสาสมัครเองก็รู้ดีว่ามันเจ็บปวดและทรมานมาแค่ไหน เวลาเห็นมันเจ็บ พวกเขาก็รู้สึกเจ็บด้วยเช่นกัน ดังนั้น พวกเขาจึงตัดสินใจสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำให้มันได้เป็นครั้งสุดท้าย นั่นคือทำให้เวลาที่เหลือของมันมีแต่ความสุข

 

 

อาสาสมัครบอกว่า “การบอกลาเป็นสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับอาสาสมัครและทีมงานที่นี่เสมอ เคสของ Yuki ก็เช่นกัน เมื่อเวลาของมันหมดลง สิ่งสุดท้ายที่เราทำได้คือ ทำให้มันจากไปอย่างสงบพร้อมกับความทรงจำดีๆ”

 

 

Yuki อาจจะเจอกับความท้าทายมากมายในชีวิตตั้งแต่เริ่มต้น แต่อย่างน้อยทาง Shy Wolf Sanctuary ก็มั่นใจว่าพวกเขาได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดกับมัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้าน อาหาร และผู้ดูแลที่มันด้วยใจดี

 

.

.

 

ที่มา boredpanda

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...