เป็นเรื่องที่หลายๆ คนคงจะทราบกันดีว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น ธารน้ำแข็งหลายแห่งของโลกได้ค่อยๆ หายไปอย่างน่าใจหาย ด้วยเหตุผลหลักจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จากภาวะโลกร้อน

ว่าแต่ทราบกันหรือไม่ว่าทุกครั้งที่น้ำแข็งเหล่านี้ละลายหายไปนั้นพวกมันจะทิ้งร่องรอยของสิ่งที่อยู่ภายในเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นซากสัตว์จากในอดีต โบราณวัตถุ หรือแม้แต่ก๊าซเรือนกระจก

 

 

แถมเมื่อล่าสุดนี้เองนักวิทยาศาสตร์ก็ได้พบว่า นอกจากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว

ภายในธารน้ำแข็งที่กำลังจะละลายไปในหลายๆ แห่งทั่วโลก ก็ยังมี “ฝุ่นรังสีนิวเคลียร์” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Nuclear Fallout” เก็บเอาไว้อีกเป็นจำนวนมากด้วย

ฝุ่นรังสีนิวเคลียร์เหล่านี้เชื่อกันว่าเกิดขึ้นจากการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ หรือไม่ก็อุบัติเหตุที่เกี่ยวกับการใช้งานสารกัมมันตรังสีในอดีต มีองค์ประกอบหลักเป็นอะเมริเซียม-241 และซีเซียม-137

 

 

อ้างอิงจากนักวิทยาศาสตร์พวกเขาพบฝุ่นรังสีนิวเคลียร์เหล่านี้ในตัวอย่างของธารน้ำแข็งอย่างน้อยๆ 17 แห่งที่ถูกส่งมาจากแถบแอนตาร์กติกา เทือกเขาแอลป์ บริติชโคลัมเบีย และอาร์กติกสวีเดน

จริงอยู่ว่าทางนักวิทยาศาสตร์ได้มีการออกมาประกาศว่าการปนเปือนของสารกัมมันตรังสีเหล่านี้น่าจะไม่มีผลกระทบใดๆ กับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน แต่ก็ใช่ว่าสารกัมมันตรังสีที่พบนี้จะไม่เป็นอันตรายเลย

 

 

เพราะปริมาณกัมมันตรังสีที่พบในธารน้ำแข็งแต่ละอันนั้นนับว่าสูงกว่าค่าปกติที่ปลอดภัยต่อมนุษย์มาก ดังนั้นหากสารเหล่านี้เกิดไหลเข้าสู่แม่น้ำ ทะเลสาบ หรือพื้นที่ทะเลที่สำคัญๆ จากการละลายของน้ำแข็งเพราะโลกร้อน

สารเหล่านี้ก็อาจจะไปปนเปือนในห่วงโซ่อาหารและกลับมาเล่นงานมนุษย์ได้เช่นกัน

และหากเวลานั้นมาถึงจริงๆ การที่เราจะโทษเรื่องที่เกิดขึ้นกับภาวะโลกร้อนมันก็คงจะเป็นอะไรที่สายเกินไปแล้ว

 

ที่มา livescience, sciencealert และ nationmultimedia

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...