ว่ากันว่าคนเรานั้นต่างก็ต้องมีวันดีๆ และวันร้ายๆ เกิดขึ้นในชีวิตผสมปนเปกันได้อย่างไม่รู้วันจบ ซึ่งในวันที่ดีๆ ทุกอย่างเป็นใจเราก็อาจจะมีความสุข แต่สำหรับในวันแย่ๆ แล้วล่ะก็บางทีมันอาจจะทำให้เรารู้สึกหดหู่ หมดหวัง รวมถึงเบื่อหน่ายที่จะใช้ชีวิตต่อไปในโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลใบนี้

ดังนั้นแล้วเรื่องของกำลังใจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากจริงๆ ในวันเช่นนี้ โดยเราก็อาจจะได้รับจากครอบครัว พี่น้อง เพื่อนฝูงหรือคนรู้จัก แต่ใครจะไปคิดว่าคนแปลกหน้าก็สามารถมอบสิ่งนี้ให้กับเราได้เช่นเดียวกัน และที่สำคัญคือมันยังทำให้จิตใจของคนคนหนึ่งเปลี่ยนจากย่ำแย่ให้สดใสขึ้นในทันตาได้เลยด้วย…

 

 

เรื่องราวที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้นี้เกิดขึ้นกับผู้ใช้งานเว็บไซต์ Reddit ชื่อว่า ktbluesnow โดยเธอเล่าว่ากำลังเดินไปโรงเรียน ตามปกติก็จะต้องมีการผ่านสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ทว่าในวันนี้มันกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเพราะเธอได้ไปสะดุดตาเข้ากับดอกไม้ที่วางเอาไว้อยู่บนม้านั่งตัวหนึ่ง

เมื่อเธอเดินเข้าไปสำรวจดอกไม้สีสวยดังกล่าวก็พบว่ามันยังมีกระดาษโน๊ตแผ่นหนึ่งวางเอาไว้ข้างๆ ด้วย และกระดาษใบนี้เองที่ได้เปลี่ยนให้โลกของเธอดูสดใสขึ้นราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงถ้อยคำง่ายๆ ที่มีความว่าดังนี้ก็ตาม

 

 

“สวัสดีฉันชื่อว่า Luna ฉันทิ้งดอกไม้พร้อมกับกระดาษโน๊ตนี้ไว้เพื่อจะอยากบอกคุณว่า คุณเป็นคนที่พิเศษและโดดเด่นในสิ่งที่คุณเป็นเสมอมา อย่าลืมว่าเราเป็นเพียงแค่คนธรรมดาๆ คนหนึ่งดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่โอเคมากๆ ถ้าหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นบ้างในบางครั้ง

ฉันเชื่อมาเสมอว่าแม้แต่คนที่เลวร้ายที่สุดก็สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ถ้าหากมีความพยายามที่มากพอและได้รับการช่วยเหลือจากคนที่พร้อมให้โอกาส

ถึงแม้ว่าในวันนี้มันเป็นวันธรรมดาที่อากาศร้อนและไม่มีความพิเศษอย่างใด แต่ฉันก็อยากให้คุณ ‘คนแปลกหน้า’ คนที่เจอข้อความนี้ได้รู้ว่า คุณคือสิ่งที่งดงามที่สุดในสิ่งที่คุณเป็นเสมอ หวังว่าวันนี้จะเป็นวันที่ดีของคุณนะ”

 

 

ข้อความง่ายๆ ไม่มีคำพูดที่อาจตีความยากนี้ อาจจะเปลี่ยนวันแย่ๆ ของใครบางคนให้กลายเป็นวันดีๆ ขึ้นมาได้ทันตาเห็นเลยใช่ไหมล่ะ

และถ้าหากดูจากลายมือที่เขียนแล้วจะพอเดาได้ไม่ยากว่า Luna อาจจะเป็นเพียงเด็กเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ไม่สำคัญว่าอายุของเธอจริงๆ จะเท่าไหร่กันแน่ เพราะอย่างไรเธอคนนี้ก็ได้ส่งต่อกำลังใจอันแสนวิเศษนี้ให้แก่ทุกคนในโลกได้กระชุ่มกระชวยและพร้อมสู้กับโลกนี้ต่อไป

 

ที่มา: inspiremore

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...