การเลี้ยงลูกของพ่อแม่ยุคใหม่ มักจะเลือกให้ลูกอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นห่วงว่าหากปล่อยออกไปเล่นข้างนอกอาจจะเกิดอันตรายกับลูกได้

ทั้งนี้การเลี้ยงลูกด้วยอุปกรณ์สี่เหลี่ยมต่างๆ นั้นไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดหรือถูก หากแต่ควรอยู่ในขอบเขตของความพอดี หากปล่อยให้เล่นนานเกินไปก็อาจส่งผลเสียตามมาได้

 

 

ตัวอย่างของเด็กชาย John Nathan Lising วัย 6 ขวบ ในจังหวัดนูเวบาเอซีฮา ประเทศฟิลิปปินส์ จากแหล่งข่าวกล่าวว่าเด็กชายเล่นเกมคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลา 9 ชั่วโมงต่อวันเป็นเวลาต่อเนื่องหลายวัน

และผลของการเล่นเกมเป็นเวลานานๆ ของเด็กชายก็ทำให้เขาประสบกับอาการที่ไม่สามารถควบคุมใบหน้าได้ ต้องกะพริบตาถี่ๆ และมีอาการสั่นไม่หยุด

 

 

หลังจากที่เด็กชายมีอาการดังกล่าว Edgar ผู้เป็นพ่อวัย 41 ปี และคุณแม่ Judee วัย 40 ปี จึงนำตัวลูกชายไปยังโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์วินิจฉัยอาการดังกล่าว

อย่างไรก็ตามแพทย์ได้ทำการตรวจสมองของเด็กชายผ่านเครื่องซีทีสแกน กลับพบว่าสมองของเด็กชายนั้นยังอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีไม่ได้มีปัญหาอะไร

 

 

ในขณะที่ไม่มีหลักฐานอื่นๆ ที่สามารถยืนยันได้ว่าเด็กชายนั้น มีอาการผิดปกติมาจากการเล่นเกมติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ทางแพทย์ได้แนะนำว่าให้เด็กอยู่ห่างจากอุปกรณ์สมาร์ทโฟนและแทปเล็ตเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ

อีกทั้งยังกล่าวว่าอาการดังกล่าวมีลักษณะที่คล้ายกับโรคชักเฉพาะที่ สำหรับกรณีนี้เกิดขึ้นบนใบหน้า แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเด็กชายเป็นโรคดังกล่าวและมีสาเหตุมาจากการเล่นเกม…

 

 

ผู้เป็นแม่กล่าวเสริมว่า เด็กชายมักจะดูการ์ตูนทีวีหลังจากตื่นนอน และหลังจากกลับมาจากโรงเรียนในเวลาบ่ายสามจนถึงเที่ยงคืน ก็จะเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนจนเข้านอน แม้จะเป็นเกมเด็กๆ ที่ไม่มีความรุนแรงใดๆ แต่มีอาการติดมากจนหยุดเล่นไม่ได้

ซึ่งหลังจากที่หยุดเล่นไปแล้ว อาการดังกล่าวก็ยังคงเกิดขึ้นทุกๆ 20 หรือ 30 นาที จนต้องสั่งห้ามไม่ให้เล่นอีกเพื่อให้อาการชักกระตุกหายไป

 

ที่มา: dailymailworldofbuzz, nextshark

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...