Nike เป็นแบรนด์เกี่ยวกับอุปกรณ์กีฬา สัญชาติอเมริกาที่มีประวัติมาอย่างยาวนาน พร้อมด้วยโลโก้เท่ๆ รูปตัวอักษรเช็กถูก หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า Swoosh

 

 

Bill Bowerman และ Phil Knight เป็นสองผู้ก่อตั้งบริษัทนำเข้ารองเท้าอย่าง Blue Ribbon Sports ขึ้นในปี 1964 โดยนำเข้ารองเท้าจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง Onitsuka Tiger นั่นเอง

ในขณะนั้น Bill เป็นโค้ชฝึกสอนภาคสนามผู้มีชื่อเสียง แห่งมหาวิทยาลัยออเรกอน สหรัฐอเมริกา ในขณะที่ Phil เป็นนักกีฬาวิ่ง

ทั้งคู่มีความเห็นตรงกันว่าเทคโนโลยีรองเท้าวิ่งควรได้รับการพัฒนา และ Phil ยังเห็นว่ารองเท้าจากประเทศญี่ปุ่นเป็นรองเท้าที่มีคุณภาพดี จึงได้นำไอเดียเสนอ Bill ที่มีความคิดคล้ายกันพอดี

นั่นคือแรงบันดาลใจที่ทำให้พวกเขาร่วมกันลงทุนคนละ 500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16,000 บาท) เพื่อเปิดบริษัทนำเข้ารองเท้ากีฬาซึ่งต่อมาจะกลายเป็น Nike ที่เรารู้จักกัน

Bill Bowerman (ซ้าย) และ Phil Knight (ขวา)

 

ปี 1966 ทั้งคู่ได้เปิดตัวร้านค้าปลีก Blue Ribbon Sports นำเข้ารองเท้าวิ่ง เมื่อบริษัทเริ่มเติบโตขึ้น มียอดสั่งซื้อมากขึ้น พวกเขาจึงเริ่มสนใจเข้าสู่การผลิต และได้ยกเลิกนำเข้าสินค้าจาก Onitsuka Tiger 

ต่อมาปี 1971 ก็ได้ผลิตรองเท้า Nike ขึ้นมาเป็นครั้งแรก และเปิดตัวโลโก้ Swoosh ที่มีชื่อเสียง ก่อนจะเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Nike ในปี 1978

ทั้งคู่ได้แรงบันดาลใจในการตั้งชื่อ Nike มาจากชื่อเทพปกรณัมกรีก เธอเป็นเทพีบุคคลาธิษฐานแห่งชัยชนะนั่นเอง

ในช่วงปี 1996 ก็ได้ขยายกิจการไปสู่กีฬาด้านอื่นๆ เช่นสโนว์บอร์ด จักรยานเสือภูเขา รวมไปถึงอุปกรณ์กีฬา เช่น จอวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และสายรัดข้อมือบอกทิศทาง เป็นต้น

 

 

Nike ได้รับความนิยมอย่างมาก และการโฆษณาของแบรนด์จากนักกีฬาดังระดับโลกก็ยิ่งทำให้ Nike มีชื่อเสียงมากขึ้นไปอีก เช่น Michael JordanMia HammRoger Federer, and Tiger Woods เป็นต้น

นอกจากการหาคนดังเพื่อดึงดูดลูกค้าแล้ว Nike ยังเข้าซื้อบริษัทย่อยต่างๆ ตัวอย่างคือทั้ง Converse และ Hurley ต่างก็เป็นหนึ่งในบริษัทย่อยของ Nike เช่นกัน

 

Michael Jordan สวมใส่รองเท้า Nike

 

ปี 2018 แบรนด์ Nike มีรายรับอยู่ที่ประมาณ 34.50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 108 ล้านล้านบาท) กำไรประมาณ 1.93 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 61 ล้านล้านบาท) มีพนักงานมากกว่า 70,000 คน

รวมถึงเป็นแบรนด์รองเท้าที่สนับสนุนกีฬาอีกหลายชนิด เช่น บาสเกตบอล, เบสบอล, อเมริกันฟุตบอล, เทนนิส และฟุตบอล เป็นต้น

ความสำเร็จของ Nike เป็นผลมาจากนวัตกรรมที่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การลงทุนและโฆษณาที่เฉียบขาด ทั้งหมดส่งผลให้ไนกี้สามารถทำกำไร และประสบความสำเร็จได้มากมายนั่นเอง

 

ที่มา: didyouknowfashion, britannica, macrotrends

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...