เชื่อว่าเพื่อนๆ บางคนอาจจะเคยได้ยินงานวิจัยบอกว่า ในอดีตชาวไวกิ้งมักนำแมวขึ้นเรือไปไหนมาไหนด้วย จนหลายๆ คนอาจจะคิดว่าไวกิ้งนั้นน่าจะรักแมวพอสมควรเลยทีเดียว

 

ที่ไวกิ้งนำแมวขึ้นเรือไปด้วย ก็เพื่อให้แมวช่วยล่าหนูนั่นเอง

 

แต่ดูเหมือนว่าจริงๆ แล้วไวกิ้งอาจจะไม่ได้รักแมวมากๆ อย่างที่พวกเราคิดก็เป็นได้ เพราะจากการค้นพบใหม่ล่าสุดของมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ดูเหมือนว่าในสมัยก่อน ชาวไวกิ้งจะเอาหนังของแมวมาทำเป็นเครื่องแต่งกายเสียอย่างนั้น

นี่เป็นการค้นพบที่เกิดขึ้นจากการที่นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ได้ทำการรวบรวมกระดูกของแมวจากในยุคไวกิ้ง ตามแหล่งโบราณคดีทั่วประเทศเดนมาร์ก เพื่องานวิจัยเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของแมวในอดีตเมื่อเทียบกับในปัจจุบัน

 

 

นี่จึงนับว่าเป็นการค้นพบที่ถือว่าบังเอิญมากจริงๆ เพราะในระหว่างการตรวจสอบซากแมวที่ได้มานั้นเอง นักวิทยาศาสตร์ก็พบว่าแมวของชาวไวกิ้งในช่วงคริสต์ศักราชที่ 793–1066 นั้น มักจะมีร่องรอยการถูกตัดด้วยของมีคม หรือคอที่หัก

นี่เป็นลักษณะของการสังหารที่เกิดขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์อย่างชัดเจน และจากร่องรอยอื่นๆ ที่พบ พวกเขาก็เชื่อว่านี่เป็นผลจากวิธีการฆ่าแมวที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการถลกหนังนั่นเอง

 

 

น่าเสียดายที่ในงานวิจัยครั้งนี้ ไม่ได้มีการอธิบายรายละเอียดอื่นๆ เอาไว้ เนื่องจาก เดิมทีแล้ว การค้นพบนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเป้าหมายงานวิจัยของพวกเขา

อย่างไรก็ตามในงานวิจัยนี้ก็มีเรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ เขียนเอาไว้เช่นกัน อย่างเรื่องที่ว่าเมื่อเทียบกับในสมัยก่อน แมวในปัจจุบันมีขนาดใหญ่มากขึ้นถึงราวๆ 16% โดยเฉลี่ยเลยทีเดียว

นี่นับเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลก เพราะตามปกติสัตว์ที่ถูกมนุษย์นำมาเลี้ยงในบ้านมักจะมีขนาดเล็กลงจากในอดีตมากกว่า (อย่างสุนัขเป็นต้น)

 

กะโหลกของแมวในยุคไวกิ้ง (ขวาบน) กับแมวในปัจจุบัน (ขวาล่าง)

 

เป็นไปได้ว่าเหตุผลของความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจจะมาจากอาหาร หรือสถานที่อยู่อาศัยก็เป็นได้ เพราะคนในยุคหลังๆ นั้นมักจะดูแลแมวในฐานะสัตว์เลี้ยงแสนรัก มากกว่าเครื่องจับหนูแบบในสมัยไวกิ้งนั่นเอง

 

ที่มา history

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...