ช่วงปีใหม่ของคนไทยถือเป็นช่วงหยุดยาวที่ทุกต่างก็วางแผนไปเที่ยวกัน แน่นอนว่าตามสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ แลนด์มาร์กสำคัญจะเต็มไปด้วยคน รถ และขยะ

ที่สหรัฐอเมริกาก็เช่นกัน แต่ไม่ใช่ในช่วงหยุดยาว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วง Government Shutdown ซึ่งเป็นเหตุการณ์ทางการเมือง เกิดจากสภาคองเกรสกับฝ่ายบริหารตกลงกันเรื่องงบประมาณประจำปี 2019 ไม่ลงตัว จึงไม่สามารถจ่ายเงินให้กับหน่วยงานราชการต่างๆ ได้

ทำให้หน่วยงานรัฐต่างๆ ต้องหยุดทำการไปตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2018 แบบไม่มีกำหนดเวลาแน่ชัด

 

 

เหตุการณ์ทางการเมืองเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ของสหรัฐอเมริกา ในอดีต Government Shutdown เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง และส่งผลต่อประชาชนคนเดินดินมากทีเดียว

เพราะพนักงานรัฐหลายแสนคนโดนบังคับให้หยุดงานไปโดยไม่ได้รับเงินเดือน และเมื่อหน่วยงานรัฐไม่เปิดทำการ ธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก็ได้รับผลกระทบกันไปเป็นทอดๆ รวมทั้งธุรกิจท่องเที่ยวด้วย

และเมื่อผู้คนหลายแสนไม่ได้ไปทำงาน หลายคนก็คงตัดสินใจใช้เงินเก็บออกไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ กับครอบครัว อุทยานแห่งชาติหลายแห่งจึงกลายสภาพมาเป็นอย่างที่จะได้เห็นกันต่อไปนี้

 

 

ภาพเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากเกมการเมือง อุทยานต่างๆ ขาดแคลนพนักงานอย่างหนักและยังต้องรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่แห่แหนกันมาเที่ยวชม

แม้ว่าอุทยานหลายแห่งจะพยายามเปิดทำการและจัดการปัญหาต่างๆ อย่างเต็มที่แล้วก็ตาม แต่จำนวนขยะและสิ่งปฏิกูลนั้นมันมากมายจนกลายเป็นปัญหาด้านความสะอาดและสุขอนามัยไป

 

 

ในวันที่ 12 ของ Government Shutdown อุทยานแห่งชาติ Sequoia และ King’s Canyon ก็ประกาศปิดให้บริการโดยให้เหตุผลในด้านสุขภาพและความปลอดภัย

ในวันเดียวกันอุทยานแห่งชาติ Yosemite ก็ประกาศปิดให้บริการบางพื้นที่ของอุทยานเนื่องด้วยปัญหาเรื่องของเสียและทรัพยากร และยังมีอุทยานอื่นๆ อีกมากที่ประสบปัญหาเหล่านี้

 

 

นอกจากเรื่องสุขอนามัยและขยะแล้ว หิมะที่ตกลงมาก็ทำให้การเดินทางค่อนข้างอันตราย พนักงานที่ทำหน้าที่ขับรถตักหิมะเพื่อเคลียร์ทางสัญจรก็ขาดแคลนจนกลายเป็นปัญหาด้านความปลอดภัยขึ้นมา บังคับให้ทางอุทยานต้องจำกัดการเข้าถึงในบางพื้นที่ หรือแนะนำผู้คนให้ไปเยี่ยมชมอุทยานอื่นแทน

ทว่าท่ามกลางเหตุการณ์คับขันแบบนี้ก็ยังมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น เพราะในหลายๆ พื้นที่เองก็มีประชาชนจิตอาสารวมตัวมาช่วยกันทำความสะอาด ถึงแม้ว่ามันจะเป็นงานที่หนัก แต่ทุกคนก็เต็มใจช่วยเพื่อรักษาสมบัติของชาติตนเอง

 

 

ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าการชัตดาวน์นี้จะดำเนินไปถึงเมื่อไหร่ หากการจัดสรรงบประมาณตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้คงกลับมาสวยงามและเปิดให้ทุกคนเข้าไปเยี่ยมชมได้ตามเดิม

 

ที่มา Buzzfeed

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...