ขอบอกเลยว่าดังจนฉุดไม่อยู่จริงๆ กับ ‘นายฮ้อยซาลาห์และล่ามส่วนตัว’ หลังจากที่โด่งดังจนถึงกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ‘มาเลเซีย’ เอาไปทำเป็นคลิปวิดีโอ Parody ไปแล้วเมื่อช่วงต้นเดือน

ล่าสุดก็โผล่มาอีกคลิปหนึ่ง แต่คราวนี้เป็นของประเทศ ‘สิงคโปร์’ ที่ทำคลิปวิดีโอแบบ Parody ของช่วง ‘นายฮ้อยชวนชิม’ ที่กำลังฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองไทย แต่รอบนี้กลับกลายเป็นว่า ชาวเน็ตไม่ขำด้วย!?

เรื่องมีอยู่ว่าเพจเฟซบุ๊ก SingaporeBeauty ได้ทำการอัปโหลดคลิปวิดีโอรีวิวร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ทะเลในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งทำเป็น Parody ของช่วงนายฮ้อยชวนชิมอันโด่งดังของเว็บไซต์ Wongnai

ในคลิปวิดีโอก็จะมี คู่หู 2 คน (เพิ่มหญิงมาอีก 1) เป็นคนมานั่งรีวิวร้านอาหาร ท่าทางขึงขังและเงียบงัน เหมือนกับนายฮ้อย+ล่าม ไม่มีผิด

 

.

 

มีทั้งท่าตบโต๊ะ ตัดซีนไปที่ฉากฟินๆ แบบสโลว์โมชัน พร้อมกับเปลี่ยนทำนองเพลง

 

เวรี่กู้ด

 

ลองไปชมคลิปวิดีโอแบบเต็มๆ ที่ข้างล่างนี้ได้เลยจ้า…

 

แต่รอบนี้แทนที่ชาวเน็ตจะขำและตลกกับคลิป Parody นี้ กลับกลายเป็นว่ามันไม่ขำซะงั้น และมีชาวเน็ตที่เป็นคนไทยมากมายที่เข้าคอมเมนต์ด่าทอในเพจดังกล่าวว่า ‘ขี้ก๊อบ’

 

“ก๊อบปี้จาก wongnai ประเทศไทยนะ”

 

“การพยายามที่ดีนะ แต่ก็ยังไม่ดีเท่าของดั้งเดิม” ทางเพจ ก็ยังออกมาคอมเมนต์ตอบว่า “เห็นด้วยเลย!! แต่อย่างน้อยเราก็พยายามแล้วนะ” !!??

 

“ทำไมต้องก๊อบจากประเทศไทยด้วยล่ะ? ทำไมไม่คิดขึ้นมาเอง แต่อย่างไรก็เถอะ ของไทยยังไงก็ดีที่สุด!!”

 

“มันก็โอเคนะที่จะก๊อบปี้ แต่ทำให้มันดีกว่านี้สิวะ!!”

 

“ขอบคุณที่ช่วยโปรโมท wongnai ด้วยการทำคลิปก๊อบกากๆ ให้นะครับ “

 

อย่างไรก็ตามแม้จะมีคอมเมนต์เข้าไปมากมาย จากคำตอบของเพจเองก็ทำให้เห็นว่า ‘ไม่ได้แคร์อะไรเลยแม้แต่น้อย’

ก็เลยเกิดเป็นประเด็นที่ #เหมียวหง่าว อยากจะหยิบยกขึ้นมาถามเพื่อนๆ ชาวเหมียวกันนะครับว่า ทำไม Parody อันก่อน ถึงไม่มีดราม่า แต่อันนี้ถึงได้กลายเป็นดราม่าซะงั้น!?

 

คลิป Parody จากมาเลเซีย

 

แต่ส่วนตัวมองว่าอันก่อนนั้นดูเหมือนกับว่าจงใจทำขึ้นมาเพื่อล้อเลียนจริงๆ ทั้งการเลือกนักแสดง การ ‘พยายาม’ ที่จะใช้ภาษาไทยในการพูดเป็นต้น รวมไปถึงการโพสต์คลิปที่มีการติดเครดิตและบอกอย่างชัดเจนว่าเป็น Parody

ส่วนอันที่มาใหม่นี้ดูเหมือนทำมาส่งๆ ทำให้ ‘เหมือน’ เฉยๆ ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น มันเลยกลายเป็นว่าดูจริงจัง และทำมาเพื่อโฆษณาจริงๆ ก็เลยเข้าใจว่ามันเป็นการ ‘ก๊อบปี้’ นั่นเอง

 

แล้วเพื่อนๆ ล่ะคิดว่าอย่างไรกันครับ?

 

ที่มา : SingaporeBeauty

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...