อาการชักเป็นอาการที่พบได้ทั่วไปในกลุ่มเด็กทารก เมื่อโตมาเด็กส่วนใหญ่ก็จะหายจากอาการนี้ไปตามปกติ แต่ถ้าเด็กคนไหนเกิดอาการชักบ่อยผิดปกติแม้ว่าจะโตมาแล้วก็ยังเป็นอยู่ ก็เป็นไปได้ว่าพวกเขาน่าจะเป็นโรคลมชัก

เด็กสาว Leafy Liu จากประเทศอังกฤษก็เป็นหนึ่งในเด็กที่เป็นโรคลมชักเช่นกัน แต่อาการของเธอนั้นแย่มากจนเห็นได้ชัด เธอเคยเป็นลมชักบ่อยถึงวันละ 60 ครั้งเลยทีเดียว และพวกเขาก็ไม่อยากพึ่งยาจากหมอด้วย เพราะกลัวว่าจะทำให้เธอมีอาการข้างเคียง

แต่โชคดีที่พ่อแม่ของเธอค้นพบวิธีรักษาเธอแบบใหม่ได้ทัน โดยการให้เธอกินอะโวคาโดซึ่งเป็นการทานอาหารแบบคีโต จากนั้นเด็กสาวก็เกือบหายเป็นปลิดทิ้ง

 

สาวน้อย Leafy Liu

 

สาวน้อยคนนี้เป็นลูกของ Claire คุณแม่วัย 39 ปีและ Justin Liu คุณพ่อวัย 45ปี ครอบครัวของพวกเขาอาศัยอยู่ในเมือง Loughborough เขต Leicestershire ประเทศอังกฤษ

อาการชักของสาวน้อยเริ่มต้นขึ้นเมื่อเธอมีอายุได้ 6 เดือน ตอนนั้นเธอชักนาน 25 นาทีเลย พ่อแม่ของเธอต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลและรับยาจากหมอถึงจะหายชักได้ พวกเขาหวังว่าอาการชักของเธอจะเป็นแค่การป่วยเท่านั้น หากว่าเธอชักบ่อยจนถึงขั้นเป็นโรคลมชักเธอต้องมีชีวิตที่ยากลำบากแน่ๆ

ทว่าหลังจากนั้นเพียง 3 อาทิตย์เธอก็มีอาการชักอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นเธอก็จะชักทุก 3 อาทิตย์ แถมอาการยังมาถี่มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

 

Clair Liu และ Justin Liu พ่อแม่ของ Leafy

 

แม่ของเธอเล่าว่า “ทุกครั้งที่เธอมีอาการชัก ร่างกายจะอ่อนเพลียมาก เธอต้องนอนพักผ่อนหลายชั่วโมงหลังจากหายชักทุกครั้งเลย แถมบางครั้งเธอก็ชักนานถึงครึ่งชั่วโมงเลยด้วย”

พวกเขาคิดว่าสภาพอากาศที่เย็นของประเทศอังกฤษคงจะทำให้เธอมีอาการชักบ่อย พวกเขาจึงวางแผนจะลองย้ายไปที่เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลียซึ่งเป็นบ้านเกิดของฝั่งพ่อดู ด้วยความหวังว่าอากาศที่อบอุ่นที่นั่นจะช่วยให้ลูกสาวดีขึ้นได้

 

 

แต่การตัดสินใจครั้งนี้กลับทำให้อาการของ Leafy แย่ลงกว่าเดิมมาก ทันทีที่เธอก้าวเท้าลงจากเครื่องบินเธอก็มีอาการชักทันที คุณแม่และคุณพ่อรีบเอาตัวเธอไปส่งโรงบาลกันวุ่นวายเลย

การย้ายมาที่ประเทศออสเตรเลียทำให้เด็กสาวชักบ่อยขึ้นมากจนบางครั้งบ่อยถึง 60 ครั้งต่อวัน แถมบางครั้งเธอก็ชักยาวนานถึง 45 นาทีเลยด้วย เมื่ออาการแย่ลงแบบนี้แล้วในที่สุดคุณหมอก็เลยวินิจฉัยว่าเธอป่วยเป็นโรคลมชักอย่างเป็นทางการ

แม่ของเธอให้สัมภาษณ์ว่า “ในฐานะพ่อแม่แล้วเราวิตกกังวลตลอดเวลาเลย เรานอนไม่หลับด้วยซ้ำเพราะกลัวว่าเธอจะชัก แถมยังกังวลถึงชีวิตในอนาคตของเธอด้วย”

 

 

ด้วยความที่ทั้งพ่อและแม่ของเธอไม่อยากให้เธอกินยารักษาโรคลมชัก เนื่องจากกลัวว่ามันจะทำให้เกิดผลข้างเคียงกับลูกสาว พวกเขาจึงพยายามหาข้อมูลของโรคนี้ให้มากที่สุดเพื่อหาวิธีการรักษาวิธีอื่น จนพวกเขาได้ไปพบกับวิธีการกินอาหารแบบคีโตนี่เอง

การกินอาหารแบบคีโตนั้นเน้นการงดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต และหันไปบริโภคอาหารจำพวกโปรตีนและไขมันแทน ด้วยหลักการว่าหากร่างกายไม่ได้รับคาร์โบไฮเดรตนานๆ จะทำให้ร่างกายดึงไขมันจากตับออกไปใช้ทำให้เกิดกระบวนการคีโตซิส

จากการหาข้อมูลเพิ่มเติมของพวกเขา พบว่าผู้เชี่ยวชาญมีความเชื่อว่าหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการชักมาจากการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตในร่างกาย การหันไปรับประทานอาหารแบบคีโตซึ่งเน้นการทานไขมันจึงน่าจะช่วยลูกสาวได้

 

 

หลังจากนั้นพวกเขาก็ให้ลูกสาวทานอะโวคาโดอย่างน้อยวันละ 2 ลูกเป็นประจำ เพราะในผลไม้ชนิดนี้มีไขมันดีอยู่ในปริมาณมาก และลูกสาวของพวกเขาก็ดูจะชอบทานมันด้วย

พอเปลี่ยนมาทานอโวคาโดได้เพียง 2 วัน Leafy ก็มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน จากที่เธอเคยชักวันละหลายสิบครั้งเธอก็แทบจะไม่มีอาการชักเลย เท่านั้นยังไม่พอจากการกินอะโวคาโดก็ทำให้อาการชักแบบรุนแรงที่มักจะเกิดขึ้นประมาณ 2 ครั้งต่ออาทิตย์ ลดลงเหลือเพียงเดือนละครั้งเท่านั้น

ในปัจจุบันเด็กสาวยังคงบริโภคอะโวคาโดเป็นประจำอยู่เหมือนเดิม และเธอก็มีอาการชักเพียงปีละ 4 ครั้งเท่านั้นเอง ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนแล้วดีขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย

 

 

แม้ว่าอะโวคาโดจะมีราคาแพง และการที่ต้องให้ลูกสาวกินอะโวคาโดเป็นจำนวนมากจะเป็นภาระด้านการเงินอยู่บ้าง แต่พวกเขาก็คิดว่ามันคุ้มค่ามากที่ลูกสาวแทบจะหายดีได้แบบนี้

แม่ของเธอบอกว่า “ตอนที่อาการลูกสาวยังแย่อยู่ ฉันไม่คิดไม่ฝันเลยว่าอะโวคาโดจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เธอรอดพ้นมันมาได้ แต่มันก็ได้ผลดีเกินคาดเลยล่ะ … เราดีใจมากที่ค้นพบการกินอาหารแบบคีโตเพราะมันทำให้ครอบครัวเราใช้ชีวิตแบบมีความสุขมากขึ้น”

 

 

รู้นะครับว่าอะโคาโดมีประโยชน์มาก แต่ก็ไม่นึกว่ามากขนาดนี้

ที่มา: Dailymail

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...