โสเภณีอาจเป็นอาชีที่ผิดกฏหมายในหลายๆ ประเทศ แต่ในบางประเทศอาจเป็นอาชีพที่ถูกกฏหมาย การค้าประเวณีถือว่าเป็นเรื่องที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี เพราะนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการค้ามนุษย์แล้ว การซื้อบริการทางเพศจากเด็กก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่ดีอีกด้วย

เมื่อไม่นานมานี้สื่อต่างชาติ Therichest ได้จัดอันดับเกี่ยวกับประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการค้าประเวณีอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว

ลองไปดูมุมมองของพวกเขาดีกว่า ว่าประเทศใดบ้างที่พวกเขาจัดให้เป็น “เมืองเซ็กส์ทัวร์”

อันดับ 10. สาธารณรัฐโดมินิกัน

 

เป็นอีกหนึ่งประเทศในแถบทะเลคาร์ริเบียนที่การค้าประเวณีเป็นสิ่งถูกกฏหมาย มีผู้หญิงขายบริการที่นี่กว่า 60,000 ถึง 100,000 คนและโดยส่วนมากเป็นชาวเฮติ

แต่สิ่งที่น่าเศร้ามากที่สุดก็คือหญิงขายบริการของที่นี่ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน สิ่งที่ทำให้ผู้คนสนใจมาเที่ยวที่โดมินิกัน อาจเป็เพราะการเดินทางที่ง่ายเนื่องจากที่นี่ตั้งอยู่ระหว่างอเมริกาและยุโรป

 

อันดับที่ 9. ประเทศ กัมพูชา

 

ถึงแม้ว่ากัมพูชาจะมีกฏหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการค้าประเวณี แต่ในความจริงนั้นตรงกันข้าม ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการมาเที่ยวเซ็กส์ทัวร์

ปัจจุบันกัมพูชากำลังประสบกับปัญหาการค้าประเวณีเด็กอยู่ ความยากจนของครอบครัวบีบให้พ่อแม่ต้องส่งลูกเข้าสู่วงการด้านมืดนี้

 

อันดับที่ 8. ประเทศ เนเธอร์แลนด์

 

กรุงอัมสเตอร์ดัมเป็นอีกเมืองที่มีการค้าประเวณีสูงที่สุดของประเทศเนเธอร์แลนด์ หลายคนคงจะคุ้นเคยกับป้ายไฟสีแดงริมถนนที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้เป็นอย่างดี มันเป็นสิ่งที่จะทำให้คุณทราบว่าร้านที่ประดับด้วยป้ายไฟนีออนสีแดง

มีการขายบริการอยู่หลายรูปแบบเช่นการอาบน้ำโชว์ เต้นอะโกโก้ และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ที่นี่อาชีพโสเภณีเป็นสิ่งถูกกฎหมายและได้รับการดูแลด้านสวัสดิการอย่างดี

 

อันดับที่ 7. ประเทศ เคนย่า

 

สำหรับคนที่ชอบความเสี่ยงที่นี่อาจจะเหมาะกับคุณ เคนย่าก็เหมือนกับประเทศต่างๆ ในลิสต์ นี้ที่การค้าประเวณีสร้างเม็ดเงินให้กับประเทศมากมาย แต่ชีวิตและความเป็นอยู่ของสาวขายบริการที่นี่กลับไม่เป็นเช่นนั้น พวกเธอยากจนและเต็มไปด้วยโรคเอดส์

โสเภณีเด็กอายุ 12 ปีต้องรับแขกกว่า 5 คนต่อวันโดยปราศจากถุงยางอนามัย ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะน่าหดหู่มากก็ตาม แต่ผู้พิทักษ์สันติราษฎ์ของที่นี่กลับไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ เพราะพวกเขาคิดว่าประเทศยังต้องการรายได้จากการท่องเที่ยวแบบนี้อยู่

 

อันดับที่ 6. ประเทศ ฟิลิปปินส์

 

ในประเทศฟิลิปปินส์การค้าประเวณีเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และถ้าหากจับได้จะมีบทลงโทษอย่างร้ายแรง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีการลักลอบค้าประเวณีอยู่ทั่วไปในบาร์

โดยสาวนั่งดริ๊งนอกจากจะคอยดูแลลูกค้าแล้วพวกเธอยังขายบริการด้วย 40-50 เปอร์เซนต์ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศนี้คาดหวังเพียงแค่ต้องการท่องราตรีเท่านั้น

 

อันดับที่ 5. ประเทศ โคลอมเบีย

 

นอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการค้ายาเสพย์ติดมากที่สุดประเทศหนึ่งแล้ว เรื่องของการค้าประเวณีก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เราสามารถพบเห็นการค้าประเวณีได้ทั่วไปตามท้องถนนของโคลอมเบีย การเสนอราคาและต่อรองราคากันเป็นเรื่องปกติบนท้องถนนของที่นี่ แต่คุณจะทำแบบนี้กับผู้หญิงโคลอมเบียทุกคนไม่ได้หรอกนะ!!

 

อันดับที่ 4. ประเทศ อินโดนีเซีย

 

อินโดนีเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีปัญหาเกี่ยวกับการค้าประเวณีของเด็ก และถึงแม้ว่าการค้าประเวณีของที่นี่จะผิดกฏหมาย แต่ที่นี่ก็ยังคงเป็นที่นิยมของผู้ที่มาแสวงหาความสุขทางเพศ

สิ่งที่ทำให้การค้าประเวณีของที่นี่แตกต่างและได้รับความนิยมคือการขายบริการทางอินเตอร์เน็ต ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและจัดหาโสเภณีตามความต้องการของคุณ

 

อันดับที่ 3. ประเทศ สเปน

 

เมืองอย่าง Ibiza, Madrid และ Barcelona อาจเต็มไปด้วยไนท์คลับชื่อดังที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ตอนนี้การท่องเที่ยวแบบใหม่กำลังเกิดขึ้นในประเทศสเปน

เมื่อรัฐบาลกำลังจะให้อาชีพโสเภณีเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย และอาจทำให้สเปนกลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่แสวงหาความสุขแบบนี้อีกด้วย

 

อันดับที่ 2. ประเทศ บราซิล

 

ประเทศบราซิลนั้นขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงามของธรรมชาติ ความหลากหลายของสัตว์ป่าและความน่ารักของผู้คน แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นที่นิยมของผู้ที่มาท่องเที่ยวในบราซิลนั่นก็คือการซื้อบริการทางเพศ

การท่องเที่ยวแบบผู้ใหญ่ของบราซิล เติบโตอย่างมากในช่วงมหกรรมฟุตบอลโลกและจนกระทั่งตอนนี้มันยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัวลงเลย

 

และอันดับที่ 1. ประเทศ ไทย

 

ถึงแม้ว่าพวกเราหลายคนอาจจะไม่ยอมรับและไม่ได้รู้สึกภูมิใจกับอันดับหนึ่งที่ได้มานี้ แต่ถ้าหากใครเคยดูภาพยนต์สุดฮาอย่างเรื่อง The Hangover 2 คงจะพอเข้าใจถึงมุมมองที่ชาวต่างชาติมองมายังบ้านเราเป็นอย่างดี

ประเทศไทยมีหญิงขายบริการมากกว่า 3 ล้านคนและหนึ่งในสามคือเยาวชน ถึงแม้กฎหมายบ้านเราจะเข้มงวดแต่การลักลอบค้าประเวณีก็ยังคงมีอยู่

 

 สำหรับเนื้อหาของข่าวก็เพียงต้องการแค่นำเสนอมุมมองของชาวต่างชาติเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในการส่งเสริมใดๆ ทั้งสิ้น

 

ที่มา therichest

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...