ตั้งแต่ที่ช่อง HBO ได้มีการออกฉายซีรีส์สั้นจากเหตุภัยพิบัติที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของยูเครนอย่าง “Chernobyl” ทางบริษัทการท่องเที่ยวของประเทศยูเครน ก็ได้พบว่าพวกเขานั้นมีปริมาณนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมพื้นที่เชอร์โนบิลเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อ้างอิงจากบริษัทการท่องเที่ยว SoloEast ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พื้นที่เชอร์โนบิลนั้น มีปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว แถมยอดการจองทัวร์ตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคมเอง ก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นถึง 40% โดยเฉลี่ยอีกด้วย

 

 

ทั้งนี้พื้นที่เชอร์โนบิลนั้น มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้เป็น “บางส่วน”  โดยทางรัฐบาลยูเครนตั้งแต่ช่วงปี 2010 และมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมชมในอัตราที่มากขึ้นอย่างน่าพอใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่การที่ช่อง HBO ทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในครั้งนี้ก็นับว่าเป็นข่าวดีมากๆ

กุญแจสำคัญที่ทำให้พื้นที่เชอร์โนบิลกลายเป็นที่สนใจขึ้นมานั้น แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกัมมันตรังสีเป็นหลัก

อย่างไรก็ตามพื้นที่ของเชอร์โนบิลที่มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้เข้าชมนั้นจัดว่าเป็นพื้นที่ที่มีปริมาณกัมมันตรังสีที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับใจกลางของโรงไฟฟ้าที่แผ่กัมมันตรังสีรุนแรงมากถึง 10,000 เรินต์เกน(หน่วยวัดความแรงของสนามรังสี) ต่อชั่วโมง

 

พื้นที่หลายๆ แห่งของเชอร์โนบิลเริ่มจะมีสัตว์ป่ากลับเข้ามาอยู่แล้ว

 

แต่แม้ว่าทางพื้นที่ที่มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมจะมีความปลอดภัยค่อนข้างต่ำก็ตาม ทางบริษัททั่วเองก็มีการออกมายอมรับว่าพื้นที่เหล่านี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีความอันตรายเลยอยู่ดี

เพราะแม้แต่ในพื้นที่บางส่วนที่ “ปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยว” เองก็ยังคงมีรายงานการสะสมของกัมมันตรังสีในระดับสูงกว่าปกติอยู่ดี แถมในบางพื้นที่จะมีการสะสมในระดับที่อาจเป็นอันตรายได้อีกด้วย

 

 

ด้วยเหตุนี้เองทางบริษัทการท่องเที่ยวจึงได้มีการออกมาเตือนนักท่องเที่ยวในเว็บไซต์ว่า จริงอยู่ที่ว่าในปัจจุบันทางรัฐมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมพื้นที่เชอร์โนบิลอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็..

“ไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยวพักอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน อย่างแน่นอน”

 

ที่มา livescience, reuters

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...