ตอนเด็กๆ เคยได้ดูพวกเกร็ดความรู้ที่ฉายตามโทรทัศน์กันบ้างไหม? แบบที่จะมาแบบสั้นๆ วันละข้อตอนแถวๆ หัวค่ำ #เหมียวศรัทธา จะบอกว่าตอนเด็กๆ นี่ชอบมากเลยล่ะ (แต่ดันจำชื่อรายการไม่ได้ซะงั้น) ก็พวกเกร็ดความรู้แปลกๆ มันน่าสนใจจะตายไป

ดังนั้นจะเอาเกร็ดความรู้ไปอ่านเพลินๆ กันอีกสักนิดสักหน่อยก็ดีใช่ไหมล่ะ เพราะงั้นเราไปดูอีก 9 เกร็ดความรู้ที่ไม่น่าเชื่อของโลกใบนี้กันดีกว่า แล้วก็เหมือนเดิม ถ้าเพื่อนๆ อยากได้ขอมูลเพิ่มเติมให้กดดูได้ที่ใต้รูปเลย

 

ตัวเรือดตัวผู้จะผสมพันธุ์ด้วยการเจาะร่างของตัวเมียและฉีดน้ำเชื้อเข้าไปในกระแสเลือด

ก่อนที่ตัวเมียจะนำน้ำเชื้อไปผสมต่อไป

ที่มา time

 

หนึ่งในโทษประหารของซูดานคือการตรึงกางเขน

อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปการลงโทษจะกระทำโดยการแขวนคอ

ที่มา wikipedia

 

อาการระคายเคืองตาจากการเล่นน้ำในสระไม่ได้มาจากคลอรีน

แต่เป็นฉี่ในน้ำต่างหาก โดยไนโตรเจนในปัสสาวะจะรวมกับคลอรีน และก่อตัวเป็นสารที่เรียกว่าคลอรามีน ซึ่งเจ้าตัวนี้ล่ะที่ทำให้เราตาแดง และระคายเคือง

ที่มา today

 

กระจู๋จระเข้แข็งอยู่ตลอดเวลา

แต่มันจะเก็บกระจู๋เอาไว้ใต้เกล็ดแข็งๆ จนกว่าจะถึงเวลาผสมพันธุ์

ที่มา nationalgeographic

 

ตามข้อมูลของวารสารสรีรวิทยาฉบับหนึ่ง การเลิกรากับคนรัก

มีผลต่ออารมณ์ของผู้คนแบบเดียวกับการเลิกเสพยาเสพติดเลย อาจจะพูดได้อีกอย่างว่าคนเราเสพติดความรักก็ไม่ผิด

ที่มา psychcentral

 

สิ่งที่สกปรกที่สุดในโรงแรม โดยเฉลี่ยแล้วมักจะเป็นรีโหมดทีวี

ซึ่งเป็นผลมาจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮูสตัน โดยเก็บตัวอย่างเชื้อแบคทีเรียจากห้องพักของโรงแรมหลายแห่งทั่วสหรัฐอเมริกา

ที่มา livescience

 

โลมาจะข่มขืนโลมาตัวอื่นเพื่อแสดงความเป็นผู้นำ

นอกจากนี้พวกมันยังมีพฤติกรรมรุมโทรมตัวเมีย และช่วยตัวเองด้วยซากปลาอีกด้วย

ที่มา telegraph

 

หอยนางรมดิบส่วนมากจะยังมีชีวิตอยู่ตอนที่คุณกินมัน

โดยที่ Julie Qiu ผู้เชี่ยวชาญด้านหอยนางรม กล่าวว่าหอยนางรมส่วนมากจะตายในจังหวะที่เนื้อถูกแยกออกจากเปลือกหอยนั่นเอง

ที่มา huffingtonpost

 

ในปี 2016 มีงานวิจัยที่อ้างว่าคนดื่มกาแฟดำมีโอกาสเป็นคนโรคจิตมากกว่าคนทั่วไป

งานวิจัยที่ว่านี้จัดทำขึ้นโดย Christina Sagioglou และ Tobias Greitemeyer นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอินส์บรุค โดยมีการเก็บข้อมูลจาก ผู้คน 953 คน จากชุมชนอเมริกันสองแห่ง อย่างไรก็ตามงานวิจัยชิ้นนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่

ที่มา iflscience และ sciencedirect

 

ที่มา thechive

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...