Donna Killough เคยเดินทางผ่านปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในเมืองซานอันโตนิโอ รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่นั่นเป็นที่ที่เธอได้พบกับสุนัขที่เป็นลูกรักของเธอในปัจจุบัน ซึ่งก็คือเจ้า Daisy

เธอเจอมันในปี 2016 ตอนนั้นเธอเพิ่งเติมน้ำมันเสร็จและกำลังจะออกเดินทางต่อพอดี แต่ก็มีหมาจรจัดขนยุ่งตัวหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอเพื่อขออาหารกิน

 

Daisy หมาจรจัดที่อยู่บริเวณปั๊มน้ำมัน

 

มันไม่มีเจ้าของ ก็เลยไม่มีใครช่วยดูแลขนให้ ก็เลยพันกันเป็นกระจุกแบบนี้

 

พอเธอเอาอาหารให้มันก็กินหมดอย่างรวดเร็ว มันคงไม่ได้กินอะไรมาสักพักหนึ่งแล้ว เธอเห็นแล้วก็รู้สึกสงสารมันมาก ยิ่งมองดูสภาพขนที่ยุ่งเหยิงบนตัวมันเธอก็ยิ่งรู้สึกอยากช่วยมันมากขึ้นไปอีก

ชายที่ทำงานในปั๊มน้ำมันเห็นว่าเธออยากช่วยมัน เขาก็เลยเอากรงสุนัขที่มีอยู่พอดีมาให้เธอใช้ เธอก็เอาอาหารใส่ไว้ในนั้นเพื่อล่อมันเข้าไปในกรง เสร็จแล้วก็พามันกลับไปที่บ้านด้วย

 

เอาอาหารล่อแป๊บเดียวก็พากลับไปบ้านด้วยได้แล้ว

 

Killough ทำบ้านลังไม้ให้มันอยู่ในโรงจอดรถ เธอไม่ได้เข้าไปยุ่งกับมันอีกเพราะไม่แน่ใจว่ามันอยากให้เธอเข้าไปใกล้ไหม เนื่องจากบางครั้งหมาจรจัดต้องการเวลาเพื่อปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่

แต่เจ้าหมากลับเข้ามาเล่นกับสามีของเธอเองอย่างง่ายดาย แถมมันยังปีนขึ้นมานั่งบนตักเธออีกด้วย ดูเหมือนเจ้า Daisy มันจะไม่กลัวคนเลย

ความเป็นมิตรของมันก็ทำให้เธอตกหลุมรักมันจนได้ เมื่อตัดสินใจจะรับเลี้ยงมันไว้แล้วเธอก็เลยพามันไปหาสัตวแพทย์ แล้วก็พามันไปตัดขนให้สะอาดเรียบร้อย

 

หมาจรจัดอะไรขี้อ้อนจัง ไม่กลัวคนบ้างเหรอไง

 

เดี๋ยวแม่พาไปตัดขนนะ

 

พอเอาขนยุ่งๆ ออกแล้วก็สวยเหมือนกันนะเรา

 

สัตวแพทย์บอกเป็นโรคผิวหนังและมีเห็บหมัดนิดหน่อย นอกนั้นแข็งแรงดี เย้

 

Daisy ได้เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัวของ Killough มันใช้ชีวิตอยู่กับเธออย่างสุขสบาย ด้วยความที่มันไม่กลัวคนมันก็เลยปรับตัวเข้ากับคนในบ้านได้อย่างไม่มีปัญหา แม้แต่เจ้าเหมียวที่บ้านก็กลายเป็นเพื่อนซี้ของมันไปแล้ว

เจ้าหมากลายเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน พวกเขามักจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันเสมอไม่ว่าจะเป็นตอนกินข้าว ตอนนั่งดูทีวี หรือทำกิจกรรมนอกบ้าน ส่วนตอนนอนมันก็มีเจ้าเหมียวคอยให้ความอบอุ่นอยู่ข้างๆ ด้วย หลังจากอยู่ข้างถนนมานานมันก็ได้อยู่ในบ้านที่คู่ควรสักที

 

เพื่อนซี้คนใหม่ของเก๊า

 

ได้นอนดูทีวีกับเจ้าของ มีความสุขที่สุดเลย

 

ที่มา: the dodo

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...