เชื่อว่าคงมีเพื่อนๆ หลายคนที่น่าจะอยากเดินทางไปที่อากิฮาบาระกันบ้างสักครั้งในชีวิตใช่ไหมล่ะ โดยเฉพาะกับคนที่มีความชอบในมังงะ และอนิเมะอะไรพวกนี้แล้วด้วย ก็แหม ที่ “อากิบะ” น่ะมีของที่พวกเราหลงใหลมันอยู่ทุกอย่างเลยนี่นะ

 

 

ว่าแต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมย่านนี้ถึงมีชื่อย่อว่าอากิบะกันล่ะ ในเมื่อถ้าดูตามหลักการย่อชื่อของญี่ปุ่นแล้ว มันน่าจะเป็น “อากิฮะ” หรือไม่ก็ “อากิระ” ไม่ใช่เหรอ

 

 

เกี่ยวกับเรื่องนี้เราคงต้องย้อนกันไปนานพอสมควรเลยล่ะ ย้อนไปในสมัยที่อากิฮาบาระยังไม่กลายเป็นย่านของเทคโนโลยีและความโมเอะ เอาง่ายๆ ก็ในช่วงก่อนศตวรรษที่ 20 ในสมัยที่โตเกียวยังถูกเรียกกันว่าเอโดะอยู่โน้น

ในช่วงปี 1600 ไปจนถึงปี 1855 นั้นมีเหตุการณ์ที่เรียกว่า “เพลิงไหม้ครั้งใหญ่” เกิดขึ้นมากกว่า 14 ครั้ง และฆ่าคนในเมืองไปเป็นจำนวนมาก (บางตำราบอกว่าตายเป็นแสนคน) ดังนั้นในปี 1869 ทางรัฐบาลเมจิจึงได้ตั้งเขตๆ หนึ่งในเอโดะและเรียกกันว่า “Chinkabara” ซึ่งแปลว่า “พื้นที่ดับเพลิง” โดยสร้างขึ้นมาเป็นพื้นที่ป้องกันเพลิงโดยเฉพาะ

 

สถานที่ตั้งของเขตที่ว่านี้แน่นอนว่ากลายเป็นอากิฮาบาระในปัจจุบันนั่นเอง

 

และเพื่อให้ประชาชนในสมัยนั้นมั่นใจ ทางรัฐบาลยังได้ทำการอัญเชิญ Akiba Daigongen เทพแห่งการป้องกันเพลิงจากเอนชู (ชิสึโอกะในปัจจุบัน) มาประดิษฐานที่นี่อีกด้วย โดยได้มีการสร้างศาลเจ้าที่ชื่อศาลเจ้า Chinka เอาไว้ให้

อย่างไรก็ตามด้วยความที่ศาลเจ้าที่ว่านั้นเป็นของเทพ Akiba ดังนั้นแทนที่จะเรียกว่าศาลเจ้า Chinka ชาวบ้านส่วนมากกลับเรียกศาลเจ้านี้ว่าศาลเจ้าอากิบะแทน และสุดท้ายก็ลามไปยังชื่อเขตที่เพี้ยนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งในปี 1890 เมื่อมีการสร้างสถานีรถไฟขึ้นที่นี่ ทางการก็ได้ตัดสินใจที่จะใช้ชื่อเขตนี้ว่าอากิฮาบาระ

 

 

และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมอากิฮาบาระจึงถูกเรียกกันย่อๆ ว่าอากิบะนั่นเอง ไม่น่าเชื่อว่าย่านที่มีจุดเด่นเป็นอนิเมะ มังงะ เกม และเครื่องใช้ไฟฟ้าในปัจจุบันจะมีชื่อย่อที่มาจากเทพเลยใช่ไหมล่ะ แต่ไม่แน่เหมือนกันนะว่ามันอาจจะเป็นเรื่องที่เข้ากันได้ดีกว่าที่คิดก็ได้ เพราะคำว่าโมเอะมันก็ออกเสียงคล้ายๆ โมเอโระ ที่แปลว่าลุกไหม้ด้วยล่ะ

 

ที่มา soranews24

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...