เป็นเรื่องที่ทราบกันว่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศญี่ปุ่นได้ก่ออาชญากรรมสงครามไว้เป็นจำนวนมาก จนทำให้คนรุ่นหลังต้องชดใช้ค่าความเสียหายใช้กับหลายๆ ประเทศอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาร่วมทศวรรษ

นั่นทำให้เกิดคำถามขึ้นมาในบรรดาผู้คนในสังคมที่ว่า ประเทศญี่ปุ่นนั้นชดใช้ความผิดมากพอหรือยัง

 

 

เพราะเมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาศาลฎีกาสูงสุดของประเทศเกาหลีใต้ ได้ออกคำตัดสินให้บริษัทอย่าง “มิตซูบิชิ” จ่ายค่าเสียหายเป็นให้แก่ครอบครัวของชาวเกาหลีหลายคนซึ่งถูกบังคับใช้แรงงาน ในช่วงปี 1910-1945 นั่นเอง

โดยคำตัดสินในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่มีการสู้คดีกันมาอย่างยาวนานกว่า 18 ปี และมีค่าเสียหายที่ถูกเรียกเก็บ อยู่ที่ประมาณครอบครัวละ 80-150 ล้านวอน (ราวๆ 2.3-4.3 ล้านบาท)

 

 

และแน่นอนว่าคำตัดสินของศาลในครั้งนี้ ทำให้เกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมากในหมู่ชาวญี่ปุ่น จนถึงขั้นที่ว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาชุมนุมประท้วงเลยทีเดียว

นั่นเพราะก่อนหน้านั้นไม่น่า ศาลฎีกาแห่งนี้ก็เพิ่งมีการตัดสินให้บริษัทนิปปอน สตีล & ซูมิโตโม เมทัล จ่ายค่าเสียหายเป็นจำนวน 100 ล้านวอน (ราวๆ 2.9 ล้านบาท) ให้แก่ครอบครัวชาวเกาหลี 4 คน ในคดีการบังคับใช้แรงงานเช่นกัน

 

 

โดยรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นนายทาโร่ โคโนะ ได้ให้ความเห็นกับทำตัดสินที่ออกมาว่า “เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย และยอมรับไม่ได้มากๆ” เนื่องจากคดีความเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงานทั้งหมด น่าจะมีการพูดคุยกันไปหมดแล้ว ในตอนที่มีการเซ็นต์สัญญาเมื่อปี 1965

อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องนี้เองทางศาลฎีกาของประเทศเกาหลีใต้ ก็ออกมาโต้แย้งว่าสัญญาเมื่อปี 1965 นั้นไม่ได้มีการห้าม ประชาชนออกมาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นรายบุคคลแต่อย่างใด

เพราะการบังคับใช้แรงงานที่เกิดขึ้นนี้เป็น “การกระทำผิดกฎหมายต่อมนุษยชาติ” โดยบริษัทที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการล่าอาณานิคมของญี่ปุ่นในช่วงสงคราม

 

 

ที่มา nextshark, koreaherald และ cnbc

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...