ถลกหนังแมว!! เจาะลึก “Minions” มากกว่าความฮาคือหนังพีเรียดเสียดสีสังคม

ในช่วงนี้หลายคนคงได้ไปดูการ์ตูนอนิเมชั่นเรื่อง “Minions” ที่เราตั้งตารอคอยมานาน หลังจากได้ฟินไปกับพวกมันในอนิเมชั่นก่อนหน้านี้ คือ “Despicable Me” และ “Despicable Me 2” แต่ครั้งนี้เราจะได้ดูเจ้ามินเนี่ยนเต็มๆ 1 ชั่วโมงครึ่งกันเลยทีเดียว

แน่นอนว่าเมื่อมีมินเมี่ยนก็ต้องมีความฮาและความน่ารัก ซึ่งประเด็นนี้เราจะมองข้ามไป ในวันนี้เหมียวจะพาทุกท่านมาดูอีกมุมหนึ่งที่การ์ตูนเรื่องนี้ได้สอดแทรกไป

 

2421_ds_s0800p0430_0116r-2_0

 

แรกเริ่มเดิมที ต้องขอเล่าเรื่องนิดนึงว่า จุดประสงค์หลักของมินเนี่ยนคือไปตามหาเจ้านายที่เป็นวายร้ายที่เก่งที่สุด ซึ่งการเดินทางของมันนั้นเริ่มตั้งแต่ยุคไดโรเสาร์นู่นเลย จนกระทั่งมาถึงปี 1968

ในยุค 60 นี้เรียกได้ว่ามีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งในการ์ตูนก็นำเหตุการณ์เหล่านั้นมาเสียดสีได้อย่างฮา

เริ่มจากการเสียดสีประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน โดยในการ์ตูนนั้นมีป้ายหาเสียงเขียนไว้ว่า “A Finally name you can trust” เขาได้ลงสมัครและได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนที่ 37 ของสหรัฐอเมริกาด้วยนโยบาย ที่ว่าจะถอนกำลังทหารอเมริกันออกจากสงครามเวียดนาม นิกสันได้ชื่อว่าเป็นประธานาธิบดีที่สร้างประโยชน์ต่อประเทศมากคนหนึ่ง แต่จริงๆแล้วเขากลับปิดบังเรื่องอื้อฉาวไว้มากมาย และสุดท้ายเขาจึงได้ประกาศลาออก

2013-1-10-nixon-IMG_8505-thumb-autox400-48937

 

 

เหตุการณ์ต่อมา คือ การออกมาต่อต้านสงครามเวียดนามของกลุ่มฮิปปี้ ที่เจ้ามินเนี่ยนก็ได้ไปร่วมต่อต้านด้วยอย่าง งงๆ และเหตุการณ์นี้เองที่เป็นที่มาของ “Make love, not war”

tumblr_lhyr2dAWBc1qam2q6o1_500

 

minions4-xlarge

 

 

อีกทั้งยังได้เสียดสีเหตุการณ์สำคัญของโลกอย่าง การปล่อยยาน Apollo 11 ไปยังดวงจันทร์ ซึ่งในการ์ตูนนั้น เหล่ามินเนี่ยนดันบังเอิ๊ญไปเดินลัดฉากที่กำลังถ่ายทำช่วงที่ นีล อาร์มสตรองกำลังเดินอยู่บนพื้นผิวดวงจันทร์ ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดเพื่อทำให้อเมริกาดูมีอำนาจและเทคโนโลยีเหนือกว่าประเทศอื่น ซึ่งต่อมาก็ได้มีคนออกมาลบล้างทฤษฎีนี้อีกครั้ง จนตอนนี้ก็งงๆว่าอันไหนจริงกันแน่

apollo11

 

 

นอกจากนี้ยังมีการเสียดสีสังคมอังกฤษ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสังคมผู้ดี๊ผู้ดี จากในการ์ตูนเราจะเห็นว่าคนอังกฤษจะนิยมดื่มชากันมาก เนื่องจากเป็นสิ่งที่ทำกันกันมานานจนกลายเป็นประเพณี ซึ่งในหนังเราก็จะได้เห็นคนอังกฤษดื่มชาอยู่ตลอด ถึงแม้ว่าจะเป็นฉากแอ็คชั่นก็ตาม

cassatt_painting_victorian_1308278_o_910

 

 

อีกทั้งแนวดนตรีที่เป็นที่นิยมในสมัยนั้นคือ Rock ‘n’ Roll ซึ่งแน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องราวของวงดนตรีในตำนานอย่าง The Beatles ในหนังได้มินเนี่ยนได้ไปโผล่ตรงท่อขณะที่สมาชิกวง The Beatles กำลังถ่ายทำปกอัลบั้ม Abbey Road กันอยู่

abbey-road-beatles

 

 

และประเด็นสุดท้ายที่การเคลื่อนไหวของนักสิทธิสตรี ซึ่งสิ่งนี้มันอาจจะเห็นได้ไม่ชัดมาก แต่มันสื่อออกมาทางตัวร้ายที่ชื่อว่า Scarlet Overkill ซึ่งเป็นตัวละครผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดวายร้ายในยุคนั้นที่เป็นผู้หญิงคนแรก เมื่อปี 1968 ได้มีการออกมาเรียกร้องความเท่าเทียมของหญิงและชาย เนื่องจากตอนนั้นยังมีแนวความคิดที่ว่าผู้ชายเป็นใหญ่และผู้หญิงไม่สามารถทำอะไรได้เท่าผู้ชาย ตัว Scarlet นี้เองจึงเป็นตัวแทนของความเท่าเทียมว่าผู้ก็ญิงก็เก่งได้ และทำอะไรได้เหมือนผู้ชาย

minions1-xlarge

 

BLOG_WHM_CR

 

วิเคราะห์โดย Catdumb.com

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE
เหมียวที่หลงไหลทางด้านงานศิลปะและภาพยนตร์ หวังว่าน้องหน้ามนจะเข้าใจพี่ บอสเหมียวบอกให้ใส่คำอธิบายเยอะๆ แต่มันคิดไม่ออก เลยเอาแค่นี้ละกัน

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....