เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค้างคาใจ#เหมียวฟิ้นมาได้สักพักแล้ว เพราะว่ารู้สึกผิดที่ทำให้เพื่อนร่วมโลกตัวน้อยๆ ตัวหนึ่งต้องบาดเจ็บ ด้วยความสับเพร่าของตัวเอง เลยอยากจะเอามาเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่นๆ ใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง จะได้ไม่ต้องทำผิดแบบนี้…

 

เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาเหมียวมีเหตุจำเป็นที่จะต้องไปทำธุระที่โรงพักแห่งหนึ่งเพื่อดำเนินการอะไรหลายๆ อย่างแต่ด้วยความเร่งรีบ ในระหว่างที่กำลังจะถอยรถออกจากสถานีตำรวจนั่นเอง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดัง “เอ๊งงงงง!”

 

1

 

ตายแล้ววว! ต้องไปเหยียบโดนตัวอะไรเข้าแน่ๆ เลย จากนั้นก็รีบเหยียบเบรคทันที ปรากฏว่าเป็นลูกหมาตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง ดูแล้วน่าจะประมาณ 3 เดือนได้ มันแอบมานอนที่ใต้ล้อรถของเรา (มีที่ตั้งเยอะแยะไม่ไปนอนล่ะลูก!) อาจจะเพราะว่าช่วงนั้นเป็นช่วงเช้า อากาศกำลังเย็นๆ มันเลยหาที่อุ่นๆ นอนก็เป็นได้

 

ดูจากสภาพแล้วคือร่อแร่มาก เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่แถวนั้นเลยเข้ามาช่วยอุ้มน้องหมาออกจากใต้ท้องรถ เรานี่ทำตัวไม่ถูกเลย แต่ตอนนั้นต้องรีบขับรถไปทำธุระต่อที่ศาล ด้วยความที่มันใกล้จะสายแล้ว พี่ตำรวจเลยอาสาจัดการให้เอง

 

เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงบ่ายโมง ตอนนั้นทำธุระที่ศาลเสร็จแล้วและกำลังขับรถกลับบ้าน แต่ในระหว่างนั้นเกิดเอะใจ เลยลองขับรถแวะเข้าที่ไปโรงพักดู ปรากฏว่าเจ้าลูกหมานั่นยังไม่ตาย!! เลยรีบเข้าไปดูอาการของมัน

 

2

 

เจ้าลูกหมาตัวนี้นอนจมกองเลือด หายใจแบบรวยรินมาก เข้าใจว่าล้อรถลองเราคงจะไปเหยียบโดนปากและจมูกของมัน เห็นแล้วใจอ่อนมากเลยไปถามตำรวจว่าเจ้าหมานี่เป็นของใคร? เลยทราบว่ามันเป็นลูกหมาของใครไม่รู้ที่มีคนแอบมาปล่อยมันทิ้งไว้

 

เห็นมันยังหายใจอยู่ก็แสดงว่ายังมีหวัง เหมียวก็เลยรีบพามันไปคลีนิคสัตว์ที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อดูอาการของมัน หมอเลยให้ยาห้ามเลือดไว้ก่อน จากนั้นก็ให้เฝ้าดูอาการภายใน 24 ชั่วโมง ถ้ามันสามารถอยู่พ้นคืนแรกไปได้ ก็แสดงว่าอวัยวะภายในของมันไม่ได้เสียหายอะไรมาก แต่ถ้าปอดฉีกหรือมีเลือดไหลภายใน ก็อาจจะไปในคืนนั้นก็ได้ (โถ่เจ้าหมา)

 

3

 

แต่ปรากฏว่ารุ่งเช้าขึ้นมามันดันรอด!! ปาฏิหาริย์มากๆ เลยก็ว่าได้ เหมียวก็เลยพามันไปยังคลีนิคอีกแห่ง ที่มีเครื่องเอ็กซ์เรย์ เพื่อดูว่ากะโหลกและกรามของมันแตกหังยังไงบ้าง? หรือว่าต้องผ่าตัดไหม?

 

เมื่อเอ็กซ์เรย์ก็เลยเห็นว่า กะโหลกของมันไม่ได้รับความเสียหายอะไรมาก แต่กรามเบี้ยวไปเล็กน้อย (T_T) หมอเลยให้ทางเลือกมา 2 ทาง

 

4

 

1. ผ่าตัด (การผ่าตัดจะมีค่าใช้จ่ายสูง และทำให้น้องหมากินอาหารไม่ได้หลายวัน)

2. ไม่ผ่า (เนื่องจากน้องหมายังอายุไม่มาก การที่กรามของมันเบี้ยวเล็กน้อยจึงไม่ใช่ปัญหาอะไรมาก และมันจะสามารถเรียนรู้การกัดหรือกินได้ด้วยตัวของมันเอง) ซึ่งหมอเองก็แนะนำว่าไม่ต้องผ่าดีกว่า

 

สุดท้ายก็เลยตัดสินใจเลือกทางที่สอง จากนั้นหมอก็นัดให้พาน้องหมาไปฉีดยาอาทิตย์ละครั้ง มีสารพัดยาเลย ทั้งยาบำรุงเลือด ยาวัคซีนต่างๆ หมดไปหลายพันอยู่เหมือนกัน (แต่เพื่อช่วยชีวิตน้อยๆ เราต้องทำได้)

 

5

 

สุดท้ายแล้ว จากเจ้าหมาที่ไม่มีเจ้าของและเกือบตายเพราะโดนรถทับ ก็กลายมาเป็นหมา (หน้าเบี้ยวนิดๆ) มีเจ้าของ มีบ้านอยู่ มีอาหารกิน เลยตั้งชื่อให้มันว่า “จิ๊บ” เพราะเป็นแผลขนาดนี้แต่ยังรอดมาได้ แค่นี้จิ๊บๆ มาก ^^!

 

อยากฝากไปถึงเพื่อนๆ ด้วยนะ ว่าเวลาที่ไปจอดรถตามสถานที่ต่างๆ เวลาจะถอยรถเข้าออกที่ไหนก็ตาม ลองเช็คดูสักนิดนึงว่ามีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ใต้ท้องรถของเราหรือเปล่า พวกมันจะได้ไม่ต้องมาเจ็บตัวแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวกับเราด้วย

emo15

เรียบเรียงโดย เหมียวฟิ้น

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

เหมียวฟิ้น ผู้ชื่นชอบการดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ดูได้ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกแนว ชอบอัพเดทตัวเองตลอดเวลา ติดโซเชียลเป็นที่สุด เข้านอนและตื่นมาพร้อมกับนิตยสารภาพยนตร์ที่วางไว้หัวเตียง ไม่ดุไม่กัดและขี้อ้อนเป็นที่สุด