ครอบครัวลัทธิต่อต้านการฉีดวัคซีน ถูกควบคุมตัวในคอสตาริกา หลังพบว่า ‘ป่วยเป็นโรคหัด’

‘โรคหัด’ ถือเป็นหนึ่งในโรคระบาดร้ายแรงที่คร่าชีวิตของมนุษย์มามากมายหลายล้านชีวิตเมื่อครั้งอดีต

แต่ในปัจจุบัน เนื่องจากเทตโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาขึ้น ส่งผลให้โรคหัดห่างหายไปจากสังคมของมนุษย์มาเป็นระยะเวลานานแถมการป้องกันก็ง่ายเสียเหลือเกิน เพียงแค่ ‘ฉีดวัคซีน’ ก็จะทำให้คุณไม่ต้องเสี่ยงกับโรคหัดอันแสนน่ากลัวนี้อีกต่อไป…

แต่ในปัจจุบันมีการเผยแพร่แนวคิดผิดๆ เกี่ยวกับ ‘การฉีดวัคซีน’ ทำให้พ่อแม่หลายๆ คนในหลายประเทศ ต่างก็เริ่มหันมาปฏิเสธไม่ให้ลูกของตัวเองเข้ารับการฉีดวัคซีน จนเป็นเหตุให้ ‘โรคหัด’ เริ่มกลับมาระบาดในหลายประเทศทั่วโลกแล้วในปัจจุบัน

 

 

จนทำให้องค์กรอนามัยโลก (WHO) ถึงกับเพิ่ม Anti-Vaxxers หรือ กลุ่มคนที่ปฏิเสธการฉีดวัคซีน ให้เป็น ‘ภัยคุกคาม’ ต่อสุขภาพของประชากรโลก!!

นี่คืออีกหนึ่งเรื่องราวที่จะมายืนยันว่า ‘ลัทธิต่อต้านการฉีดวัคซีน’ กำลังกลายเป็นปัญหาที่ทั่วโลกต่างก็ต้องเผชิญ และต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน!!

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ Metro ของประเทศอังกฤษรายงานว่ามีสมาชิกครอบครัวชาวฝรั่งเศส ถูกกักตัวเอาไว้ในโรงพยาบาลในคอสตาริกา หลังจากลูกชายวัย 5 ขวบ ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ป่วยเป็นโรคหัดและเดินทางมาเที่ยวในช่วงหยุดยาว

โดยเจ้าหน้าสาธารณะสุขของประเทศคอสตาริกา ให้ข้อมูลว่า ไม่มีการรายงานของเด็กในประเทศที่ป่วยเป็นโรคหัดมาตั้งแต่ปี 2006 แล้ว และในปี 2014 มีเพียงแค่รายเดียวเท่านั้นที่ติดเชื้อโรคหัดซึ่งเป็นชาวต่างชาติ

แต่ทว่าล่าสุดหน่วยงานกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมายืนยันว่าโรคดังกล่าวได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เด็กชายจากครอบครัวชาวฝรั่งเศสได้นำเชื้อโรคหัดเข้ามา ขณะที่มาเที่ยวพักร้อนในประเทศคอสตาริกา

 

 

เด็กชายและพ่อแม่ วัย 30 และ 35 ปี ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนครพันตาเรนนัส หลังจากที่ทีมแพทย์ได้ทำการวินัจฉัยผื่นแดงรอบๆ ตัวของเด็กชาย และคัดแยกเข้าห้องพิเศษสำหรับผู้ติดเชื้อหัดแล้ว ต่อมาทางหน่วยคัดกรองโรคได้ออกมายืนยันผลเลือดอีกครั้งว่าเขามีเชื้อหัดจริงๆ

ส่วนตัวคุณแม่ของเด็กชายเองก็ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดเช่นกัน ซึ่งเธอบอกกับแพทย์ว่า เด็กคนอื่นที่โรงเรียนของลูกชายต่างก็ติดเชื้อหัดนี้ไปด้วย

 

 

ตามการรายงานของสำนักข่าว Costa Rica Star ครอบครัวดังกล่าวได้เดินทางแวะไปที่ประเทศแถบอเมริกากลางก่อนเมื่อต้นเดือน และพักอยู่ที่โรงแรมในเมืองแซนโฮเซกับอีกเมืองในประเทศบราซิลคือซานต้าเทเรซ่า

ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามติดต่อไปยังคนที่ได้ร่วมเดินทางเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2019 ที่โดยสารเครื่องบินของสายการบิน Air France เที่ยวบินเดียวกับครอบครัวชาวฝรั่งเศส รวมทั้งคนที่เคยอยู่ในสถานที่หรือโรงแรมเดียวกัน เพื่อตรวจสอบว่าพวกเขาติดโรคหัดไปด้วยหรือไม่

 

 

จากข้อมูลขององค์กรอนามัยโลกระบุเอาไว้ว่า วัคซีนป้องกันโรคหัดสามารถป้องกันไม่ให้คนเสียชีวิตจากโรคนี้ ได้ถึง 21 ล้านคนทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2000 ไปจนถึงปี 2017

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็กที่เกิดในประเทศที่พัฒนาจะได้รับการวัคซีนอย่างทั่วถึง ซึ่งวัคซีนตัวดังกล่าวคือ MMR ซึ่งใช้สำหรับสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน

อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่แล้วก็เป็นข่าวไปทั่วโลกว่าโรคหัดระบาดอย่างรุนแรงในแถบยุโรปและสร้างกังวลให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และไม่ควรเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

โดยประเทศเวเนซุเอลาเอง เพิ่งได้รับการรับรองจากองค์กรอนามัยโลกว่าได้ทั้งประเทศปลอดจากโรคหัดไปหมาดๆ  เมื่อต้นเดือนมกราคมปี 2018

ขณะเดียวกันประเทศอื่นๆ ก็ต้องคอยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะส่วนใหญ่โรคหัดมักมาพร้อมกับคนที่เดินทางจากต่างประเทศ และคนที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน MMR ซ้ำครั้งที่สองก็อาจมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อหัดได้ด้วยเช่นกัน

 

 

ที่มา: metrocdc

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....