การรับเลี้ยงหมาไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องดูแลมันฝ่ายเดียวเท่านั้น สำหรับบางคนเจ้าหมาก็มีส่วนช่วยในการดูแลเจ้าของเช่นกัน เหมือนกับคุณตาและเจ้าหมาคู่นี้ที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน

ก่อนหน้านี้เจ้าหมา Buddy อยู่ในศูนย์พักพิงสัตว์มานานแล้ว ในเมื่อไม่มีใครมารับดูแลมันสักที ทางศูนย์พักพิงสัตว์จึงตัดสินใจว่าคงถึงเวลาต้องการุณยฆาตมัน

ก่อนหน้าที่จะถึงวันสุดท้ายในชีวิตของเจ้าหมานั่นเอง Richard Patterson ก็ได้เข้ามาในศูนย์พักพิงสัตว์แห่งนั้นพอดี แล้วพอเขารู้ว่ามันจะมีชีวิตได้อีกแค่วันเดียว เขาก็รับมันมาเลี้ยงเอาไว้

 

 

ทว่าเขาไม่ได้เป็นฝ่ายช่วยชีวิตมันฝ่ายเดียวเท่านั้น หลังจากที่มันมาอยู่กับเขาสักระยะหนึ่งแล้ว มันก็ช่วยเตือนภัยเขา โดยการเห่าและใช้อุ้งเท้าแตะบริเวณที่เขารู้สึกปวดด้วย

เขาคิดว่ามันอาจเป็นการเตือนภัยบางอย่าง เขาจึงลองไปหาหมอเพื่อตรวจร่างกายดู แล้วได้รู้ว่าเขาเป็นมะเร็งผิวหนังบริเวณที่เจ้าหมาแตะจริงๆ

เนื่องจาก Buddy ช่วยให้เขาตรวจเจอมะเร็งตั้งแต่ระยะแรก หมอจึงช่วยผ่าตัดเอาส่วนที่เป็นเนื้อร้ายออกให้เขาได้ ทำให้เขามีชีวิตต่อได้โดยไม่ต้องเป็นโรคมะเร็ง

 

 

นอกจากจะช่วยเตือนภัยเรื่องโรคมะเร็งให้ Patterson แล้ว Buddy ยังช่วยให้เขาต่อสู้กับโรค Post-traumatic stress disorder (PTSD) หรือก็คืออาการเครียดที่ฝังใจ ซึ่งเกิดขึ้นกับเขาหลังออกรบที่เวียดนามมาด้วย

โรคนี้ทำให้ Patterson กลายเป็นคนมีปัญหาในการเข้าสังคม แต่พอมี Buddy มาอยู่ด้วยเขาก็รู้สึกว่ามันช่วยให้เขาผ่านปัญหานี้ไปได้

 

 

โดยเจ้าหมาจะไปอยู่เป็นกำลังใจให้เขาทุกเวลา เขาเล่าว่า “มันไปที่โบสถ์กับผม มันนอนเป็นเพื่อนผม แล้วก็ไปส่งผมเข้าห้องน้ำด้วย ตอนไปหาหมอมันก็ยังไปเป็นกำลังใจให้ผมเลย” 

หรือแม้แต่เวลาที่เขาไปออกกำลังกายที่ยืมมันก็ไปออกกำลังกายเป็นเพื่อนเขาเช่นกัน

 

 

Patterson เล่าถึงความรู้สึกในการใช้ชีวิตกับเจ้า Buddy ว่า “ผมดูแลหมาตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน แต่มันก็ดูแลผมตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันเหมือนกัน พวกเราจึงเข้ากันได้ดี

 

ต่างฝ่ายต่างก็ดูแลกัน นี่สิรักแท้

ที่มา: ABC 13 – WSET, We Love Animals

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...