คนเราต่างก็ต้องมีช่วงเวลาที่แย่ๆ ในชีวิตกันเกือบทุกคน แต่ละคนก็เจอปัญหาที่แตกต่างกันไป ถือว่าเป็นบททดสอบของชีวิตอีกรูปแบบหนึ่ง ที่จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นในอนาคต

Martin Pistorius ได้เปิดเผยช่วงเวลาของชีวิตที่ประสบโรคร้ายส่งผลให้ร่างกายเป็นอัมพาตยาวนานสิบกว่าปี เพื่อให้คนที่กำลังย่อท้อต่ออุปสรรคในชีวิตได้มีแรงลุกขึ้นสู้ต่อไป

 

 

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเขาอายุ 12 ปี เขากลับจากโรงเรียนด้วยอาการเจ็บคอ ตอนแรกคิดว่าคงเป็นอาการไข้หวัดทั่วไปจึงได้กินยาบรรเทาตามปกติ แต่อาการกลับแย่ลงเรื่อยๆ จนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

ซึ่งผลการตรวจก็พบว่าเขาป่วยด้วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และวัณโรคสมอง ส่งผลให้ร่างกายของเขาอ่อนแอ ที่ร้ายแรงไปกว่านั้นมันทำให้เขาพูดไม่ได้และสูญเสียการควบคุมร่างกายไปโดยสิ้นเชิง

 

การวินิจฉัยของแพทย์เมื่อ 10 ปีที่แล้วยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่าทำไมร่างกายของเขาถึงได้เกิดอาการเช่นนี้ขึ้น ต้องรอให้เขาเสียชีวิตก่อนเท่านั้นถึงจะสามารถพิสูจน์ได้ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยนั้นยังไม่ค่อยดีมากนัก อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายของเขาได้หากได้รับการรักษาแบบผิดวิธี

แต่ Joan และ Rodney พ่อแม่ของเขาไม่ยอมแพ้ที่จะรักษาชีวิตของเขา และคอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิด เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นสิ่งไม่มีชีวิต รู้สึกรับรู้ได้ทุกอย่างแต่ไม่สามารถตอบสนองได้เลย มันรู้สึกไร้ค่ามากๆ และหวาดกลัวที่จะสูญเสียความทรงจำอีกด้วย

 

เขาได้บอกอีกว่า ช่วงชีวิตของเขาตอนนั้นย่ำแย่มากๆ เขารู้สึกเป็นภาระแต่พ่อแม่มาก กิจวัตรประจำวันก็วนลูปอยู่แต่แบบเดิมๆ จนกระทั่งวันหนึ่งแม่ของเขาพูดออกมาว่า “ลูกคงจะต้องตายแน่ๆ” คำพูดนั้นทำให้เขายิ่งคิดไปว่าถ้าเขาตายไปทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้น

แต่มาวันหนึ่งข่าวดีของการรักษาร่างกายของเขาก็มาถึง ตอนที่เขาอายุ 25 ปี ด้วยการบำบัดจากศูนย์ Virna van der Walt ที่พบว่าถึงแม้ว่าเขาจะสื่อสารออกมาเป็นคำพูดไม่ได้แต่เขาก็ยังสามารถแสดงออกได้ผ่านการเคลื่อนไหวบนใบหน้า ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเขาเลยก็ได้หลังจากที่ไม่สามารถสื่อสารกับใครเลยตลอดเวลา 13 ปี

 

 

พ่อแม่ของเขาลงทุนซื้อซอฟต์แวร์ที่สามารถสื่อสารผ่านทางคอมพิวเตอร์ โดยเลือกคำง่ายๆ หรือสัญลักษณ์เพื่อในการสนทนา ใช้อุปกรณ์ที่แนบกับศีรษะแทนเมาส์ เขาใช้เวลากับการบำบัดจนสามารถสื่อสารกับคนอื่นได้

เขาได้ตอบแทนศูนย์บำบัด Virna ด้วยการทำงานให้กับทางศูนย์ ก่อนที่จะสามารถเรียนรู้และจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในแอฟริกาใต้ได้

 

 

ชีวิตของเขาเริ่มดีขึ้นเรื่อย จนกระทั่งเขาได้มาพบกับ Joanna นักสังคมสงเคราะห์ในแอฟริกาใต้ เป็นเพื่อนกับพี่สาวของเขา เธอได้เข้ามาช่วยดูแลเขาหลายปี และเขาก็เจอผู้ที่สามารถยอมรับกับสภาพร่างกายที่เขาเป็นได้และรักเขาโดยไม่หวังสิ่งตอนแทนใดๆ

 

ทั้งคู่ได้ตกลงแต่งงานกันใน ปี 2009 แล้วอาศัยอยู่ในเมือง Essex มาร์ตินได้ทำงานในตำแหน่งนักพัฒนาเว็บ ถึงแม้รายได้จะไม่มากนักแต่เขาก็มีส่วนแบ่งตอบแทนพ่อแม่ที่คอยดูแลเขามาตลอด และตอนนี้ชีวิตเขาก็ดีขึ้นมากๆ จากการสนับสนุนของภรรยาสุดที่รักของเขา

ใครที่กำลังย่อท้อต่อชีวิตในตอนนี้ ขอให้มีกำลังใจและลุกขึ้นสู้กับปัญหาที่เข้ามา หากคุณไม่ยอมแพ้และมีความพยายามปัญหาเหล่านั้นก็จะคลี่คลายได้ในที่สุด

ที่มา  ladbible

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...