Seán McCormack เป็นชายที่รักสุนัขที่อยู่ในไต้หวัน เขาได้ช่วยเหลือสุนัขมามากมายหลายรูปแบบแล้ว แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ต้องลงทุนลงแรงปีนเขานานนับ 10 ชั่วโมงเหมือนครั้งนี้

เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีหญิงคนหนึ่งโพสต์รูปเจ้าหมาในเฟสบุ๊ก มันนอนขดตัวอยู่ในถังสังกะสีใบหนึ่ง เมื่อได้เห็นสภาพของมันแล้วชายหนุ่มก็อยากช่วยเหลือมันให้ได้

 

รูปเจ้าหมาที่เป็นจุดเริ่มต้นให้เขาไปช่วยมัน

 

เขาติดต่อไปหาหญิงสาวที่โพสต์รูปแล้วได้รู้ข้อมูลว่าเจ้าหมาชื่อว่า Sandy มันอาศัยอยู่ใน อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ ขาหน้าของมันมีแผลจากการติดกับดักมาจนบาดเจ็บหนัก ถ้าปล่อยเอาไว้อาจเป็นอันตรายได้

เขาก็เลยรับปากว่าจะขึ้นไปช่วยเหลือมัน หญิงที่ให้ข้อมูลบอกว่าเธอปีนเขาขึ้นไป 6 ชั่วโมงกว่าจะได้เจอมัน แต่น่าจะมีทางอื่นที่ขับรถขึ้นไปรับมันได้ เพราะที่นั่นมีเกสต์เฮ้าส์อยู่ด้วย แล้วดูแผนที่จากกูเกิ้ลแล้วก็สามารถขับรถไปได้

 

เส้นทางไปยังจุดที่เจ้าหมาอยู่

 

แต่เขาคิดผิดถนัดเลย เพราะการขึ้นไปหาเจ้าหมานั้นไม่สามารถเอารถขึ้นไปได้ จำเป็นต้องเดินตามทางเท้าที่ทั้งชันและลื่นกว่า 6 ชั่วโมงเท่านั้น แล้วก็ยังต้องกลับลงมาอีก 6 ชั่วโมงด้วย

เขาเองก็ไม่เคยปีนเขาแบบนี้มาก่อน ก็เลยขอความช่วยเหลือจากเพื่อนชื่อ Tweedie ที่ทำงานอยู่ในบริษัทพาปีนเขา ซึ่งเขาก็เต็มใจมาช่วย

 

McCormack และ Tweedie เตรียมตัวไปช่วยเจ้าหมา

 

อย่างไรก็ตาม Tweedie รู้ดีว่าเส้นทางในการไปช่วยเจ้าหมาไม่ได้ง่ายเลย อุทยานแห่งนี้ไม่ใช่จุดปีนเขาสำหรับมือใหม่เลยสักนิด ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องลำบากสำหรับ McCormack ที่เพิ่งเคยปีนเขาครั้งแรก

McCormack รู้สึกทรมานกับการปีนเขามาก เขาไม่เคยคิดเลยว่าการปีนเขาจะยากเย็นขนาดนี้ หลายครั้งที่เขารู้สึกท้อจนอยากจะล้มเลิก แต่ก็คิดอยากช่วยเจ้าหมาจรขึ้นมาถึงเกสต์เฮ้าส์ที่เป็นจุดหมายได้

 

พวกเขาปีนเขาอย่างลำบากถึง 6 ชั่วโมงเพื่อไปช่วยมัน

 

แต่แล้วพวกเขาก็พบปัญหาเข้าจนได้ เพราะเจ้าหมาไม่ได้อยู่ในจุดที่หญิงสาวบอก ซึ่งถ้าพวกเขาหาเจ้าหมาไม่เจอจะมีค่าเท่ากับว่าการปีนเขากว่า 6 ชั่วโมงครั้งนี้สูญเปล่าทันที

โชคดีที่เมื่อค้นหาต่อไปพวกเขาก็เจอหมาตัวนั้นนอนขดตัวอยู่ใต้กองเก้าอี้พลาสติก พอได้เห็นเจ้าหมาที่ตามหาอยู่ ชายทั้ง 2 คนก็รู้สึกมีแรงในการช่วยมันต่อ

 

ดีนะที่ขึ้นมาแล้วเจอเจ้าหมา ไม่งั้นเหนื่อยเปล่าเลย

 

Sandy เป็นหมาที่เชื่องและเป็นมิตร แค่ได้เจอชายหนุ่มมันก็เข้ามาหาด้วยความดีใจแล้วนอนลงบนตักเขาเลย มันคงรอให้ใครสักคนมาช่วยมันอยู่นานแล้ว พอเจอคนก็เลยทำท่าทางดีใจแบบนี้

 

เจ้าหมาดูดีใจที่มีคนมาช่วยมัน

 

เจอหน้าแค่แป๊บเดียวก็ไว้ใจจนยอมนอนตักแล้ว

 

อย่างไรก็ตามอาการของเจ้าหมาก็น่าเป็นห่วงจริงๆ มันเป็นแผลสาหัสอย่างที่หญิงสาวเคยบอกเขาไว้ ขาหน้าของมันข้างหนึ่งแผลลึกจนเห็นกระดูกข้างในเลย

McCormack กับ Tweedie คิดว่าปล่อยไว้นานก็จะยิ่งแย่ พวกเขาก็เลยเอาเจ้า Sandy ใส่เป้แล้วผลัดกันแบกมันเดินลงเขาไปตอนนั้นเลย ทั้งที่เพิ่งปีนเขาขึ้นมากว่า 6 ชั่วโมงแล้วยังไม่ได้พักเหนื่อยด้วย

 

แผลของมันค่อนข้างแย่ ก็เลยต้องรีบพาไปหาหมอ

 

แกนอนในเป้ไปนะ เดี๋ยวพี่ชายจะแบกลงไปเอง

 

Sandy ว่าง่ายมาก มันไม่ร้องหรือดิ้นหนีเลยตลอดทางลงเขา มันคงรู้ดีว่าชาย 2 คนนี้พยายามช่วยมันอยู่

 

พอลงมาถึงข้างล่างเขาก็ขับรถพามันตรงไปหาสัตวแพทย์ทันที น่าเสียดายที่สัตวแพทย์จำเป็นต้องตัดขาหน้าทั้ง 2 ข้างของมันทิ้งไป แต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อรักษาชีวิตของมันเอาไว้ แล้วค่อยหาขาเทียมใส่ให้มันตอนแผลหายดีแล้ว

เจ้าหมายังคงไม่มีท่าทีทรมานให้พวกเขาเห็นเลย มันดูมีความสุขตลอดเวลาที่อยู่กับพวกเขา แล้วหลังผ่าตัดเสร็จมันก็ยังเล่นกับหมาตัวเล็กที่อยู่ในคลินิกด้วย

 

เจ้าหมาจำเป็นต้องตัดขาหน้าทั้ง 2 ข้าง

 

แต่คุณหมอจะหาขาเทียมมาใส่ให้นะ เดินได้แน่นอน

 

ต่อมาก็พวกเขาก็โพสต์เรื่องราวการช่วยเหลือ Sandy ลงในโซเชียลมีเดียเพื่อหาบ้านให้มันอยู่ ไม่นานเจ้าของร้านอาหารในไต้หวันก็ติดต่อมาแล้วเต็มใจรับมันเลี้ยงไว้

McCormack คิดว่าการช่วยเหลือมันช่างคุ้มค่าเหนื่อยจริงๆ เขาบอกว่า “พวกเราต่างก็ภูมิใจที่ได้พยายามอย่างหนักจนช่วยมันได้ เมื่อคุณได้เปลี่ยนชีวิตของสัตว์สักตัวหนึ่ง โดยเฉพาะตัวที่ดูไม่น่าจะมีใครไปช่วยมันเลย มันจะทำให้คุณรู้สึกเอิบอิ่มใจมาก”

 

แถมตอนนี้ยังมีบ้านอยู่แล้วนะ ดีใจกับแกด้วยนะ Sandy

 

ที่มา: the dodo

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...