Jason Gasparik เขาเจอหมาตัวหนึ่งวิ่งกระวนกระวายอยู่ที่กลางถนน ทำให้การจราจรติดขัดจนไปต่อไม่ได้

คนที่ขับรถผ่านมาจึงลงรถเพื่อจะพามันไปในที่ปลอดภัย แต่มันไม่ยอมให้ใครจับตัวเลย แม้ว่าตอนนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคนหลายคนรวมถึงตัวเขาเองช่วยวิ่งไล่จับมันก็ตาม

 

 

หลังจากวิ่งไล่มันเป็นชั่วโมง Gasparik ก็สังเกตว่าถ้าเขาทำท่าวิ่งเหยาะๆ เจ้าหมาจะเดินตามมาเล่นกับเขาเอง เขาจึงวิ่งเล่นกับมันอยู่แบบนั้นสักพัก จนเจ้าหมาเหนื่อยแล้วยอมให้เขาจับในที่สุด

ชายหนุ่มตัดสินใจจะพาเจ้าหมาไปตรวจไมโครชิปที่โรงพยาบาลสัตว์เอง แต่ก็น่าเสียดายที่เจ้าหมาไม่ได้ฝังไมโครชิปเอาไว้

 

 

คืนนั้นเขาจึงต้องเอาเจ้าหมาไปดูแลเองที่บ้านก่อน ยังดีที่ตอนนี้เจ้าหมาไม่ได้กลัวเขาแล้ว หลังจากมันไว้ใจเขามันก็เป็นมิตรมากเลยทีเดียว

เจ้าหมาขึ้นไปนอนบนเตียงกับเขาทันทีที่ถึงบ้าน แล้วยังเลียเขาเหมือนกำลังขอบคุณอยู่ด้วย…แต่ถึงมันจะดูดีใจที่เขายอมช่วยมัน เขาก็รับรู้ได้เช่นกันว่าลึกๆ แล้วมันยังรู้สึกกังวลที่พลัดหลงอยู่

เขาจึงตัดสินใจจะช่วยเจ้าหมาตามหาเจ้าของ โดยเริ่มจากการโพส์เรื่องของมันในโลกออนไลน์ก่อน แม้จะมีคนเห็นโพสต์ของเขาไม่มากก็ตาม

 

 

วันต่อมาหลังจากเห็นว่าการโพสต์ตามหาเจ้าของให้มันไม่ได้ผล Gasparik ก็ลองใช้วิธีพื้นๆ ดูบ้าง โดยการขับรถไปตรงที่เจอมัน แล้วชูป้ายถามว่าคนที่ผ่านไปมารู้จักหมาตัวนี้บ้างไหม

เขาหวังว่าอาจจะเจอใครสักคนที่รู้จักมัน แล้วช่วยเขาติดต่อกับเจ้าของของมันได้ หรือถ้าโชคดีหน่อยก็อาจจะเจอตัวเจ้าของเลย

 

ป้ายที่เขาใช้ตามหาเจ้าหมา

 

แม้ว่าวิธีนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ผลยิ่งกว่าการโพสต์ออนไลน์ แต่ก็มีคนให้ความสนใจเขามากทีเดียว มีคนหลายคนจอดรถเพื่อแวะคุยกับเขา แล้วเสนอความช่วยเหลือให้อีกต่างหาก

เขาเล่าว่า “มีหลายคนถามว่าผมตามหาเจ้าของหมาจริงๆ รึเปล่า แล้วก็มีบางคนเอาน้ำและอาหารมาให้ หรือแม้กระทั่งถามว่าอยากให้ช่วยไหมด้วย ผมจึงบอกให้พวกเขาช่วยกันแชร์เรื่องนี้ทางเฟซบุ๊ก เพื่อให้เรื่องไปถึงหูเจ้าของของมัน

 

 

Gasparik ร้อนใจกับการช่วยเจ้าหมามาก เนื่องจากเขาจะต้องไปธุระที่ต่างถิ่นในไม่กี่วัน และจะไม่มีเวลาช่วยมันได้อีก

เขาจึงลองใช้เวลาที่เหลือเพื่อวนไปตามถนนเส้นต่างๆ แล้วชูป้ายตามหาเจ้าของให้มันอีกครั้งหนึ่ง…โชคดีที่ครั้งนี้การตามหาเจ้าของของมันไม่ได้สูญเปล่า

หญิงที่เห็นโพสต์ของ Gasparik บังเอิญเจอ Ed ซึ่งกำลังขับรถตามหาเจ้าหมาอยู่เช่นกัน เธอจึงติดต่อมาหา Gasparik เพื่อเอาเบอร์ติดต่อของเจ้าของให้ ทำให้พวกเขาได้มานัดเจอกันเพื่อส่งตัวเจ้าหมากลับบ้าน

 

 

ทันทีที่ Ed เปิดประตูรถมาเจอพวกเขา เขาก็เรียกให้เจ้าหมา Roxy  เข้าไปหา มันดูดีใจมากๆ ที่ได้เจอหน้าเจ้าของอีกครั้งหนึ่ง

หลังจากยืนยันแน่นอนแล้วว่า Ed เป็นเจ้าของของมันจริงๆ เขาก็ส่งเจ้าหมาขึ้นรถเจ้าของไป เขาเองก็ดีใจที่ช่วย Roxy หาบ้านเจอจนสำเร็จ

 

 

หวังว่าเจ้าหมาจะจำเรื่องนี้เป็นบทเรียนแล้วไม่หลงทางอีกนะ หรืออย่างน้อยก็ให้เจ้าของฝังไมโครชิปให้มันเถอะ เวลาหายก็จะได้ตามตัวมันง่ายหน่อย

 

ที่มา: the dodo

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...