แม้เราจะเกิดมาสมบูรณ์ครบถ้วน แต่เราก็ไม่รู้ว่าในอนาคตข้างหน้าต้องเจอกับอะไรบ้าง จากที่มีร่างกายครบ 32 แต่วันหนึ่งหากเราต้องเอาส่วนใดส่วนหนึ่งออก นั่นอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนของใครหลายๆ คน

แต่จะเปลี่ยนไปในทางไหน ดีหืรอแย่กว่าเดิมนั้น ก็อยู่ที่เราจะเลือกใช้ชีวิต และตอบรับกับสิ่งที่เข้ามาในอนาคตอย่างไร…

 

Mama Cax บล็อกเกอร์ด้านไลฟ์สไตล์และความงาม เธอโชคร้ายที่ปวยเป็นมะเร็งตั้งแต่เายุ 14 ปี เท่านั้นยังไม่พอ แม้เธอจะรอดมาได้ตอนหมอบอกว่าเหลือเวลาอีกแค่ 3 อาทิตย์ที่จะมีชีวิตอยู่เท่านั้น โรคร้ายนั้นทำให้เธอต้องตัดขาทิ้งไป…

หลังจากนั้นเธอเลยตั้งเป้าหมายว่า จะต้องเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนพิการทุกคนบนโลกนี้…

1

 

เธอบอกว่า “คนพิการบนโลกนี้ มักจะถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองและสังคม ดังนั้น ฉันจะสร้างความแตกต่างและเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขา”

โดยส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอมีใจสู้แบบนี้ เป็นเพราะว่าเธออยากเอาชนะกับ ความไม่สมบูรณ์ของร่างกาย และอีกหนึ่งเหตุผลคือ เพราะว่าเธอได้รับกำลังใจมากมายจากคนรอบข้าง ดังนั้นจะยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด

และวันนี้เธอก็ประสบความสำเร็จแล้ว ด้วยการเป็นบล็อกเกอร์เกี่ยวกับ การท่องเที่ยว อาหาร และแฟชั่น ที่สำคัญเธอยังเป็นแรงบันดาลให้กับผู้คนทั่วโลกด้วย

 

2

.

3

 

แม้จะลำบากซะหน่อย แต่เธอก็สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้

4

 

มีผู้คนมากมายมาให้กำลังใจ เธอจึงลุกขึ้นสู้ต่อไป

5

 

และตอนนี้ เธอก็ประสบความสำเร็จแล้ว มีผู้ติดตามอ่านบล็อกเธอ และติดตามในอินสตาแกรมอีกกว่า 60,000 คน

6

 

นอกจากจะเขียนบล็อกด้านต่างๆ แล้ว ยังเป็นแรงบันดาลให้ผู้คนมากมายด้วย

7

 

“การบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้ง นั่นแหละคือความสำเร็จ”

8

 

“ถ้าวันนี้ไม่ใช่วันของคุณ ไม่เป็นไร ยังมีพรุ่งนี้อีก”

9

 

“เรามีสิทธิที่จะเกลียดสิ่งแย่ๆ ที่เราต้องเผชิญ แต่วันหนึ่งเราจะรู้สึกขอบคุณ ที่มันทำให้ผ่านมันมาได้และบอกเล่าเรื่องราวให้ผู้คนมากมาย”

10

 

“อย่าปล่อยให้คนอื่นมาตัดสินคุณค่าของคุณ แต่จงรู้ว่า คุณต้องการอะไร วางแผนและทำมันให้สำเร็จ”

11

 

“สำหรับฉัน ทุกวันคือโอกาสที่จะทำให้ฉันได้สร้างความแตกต่าง และฉันมีชีวิตโดยมีเป้าหมายเสมอ”

12

 

ติดตามและให้กำลังใจเธอได้ที่อินสตาแกรม instagram และบล็อกของเธอ mamacax

นี่คือตัวอย่างของคนสู้ชีวิต แม้ว่าต้องเจอปัญหาถาโถมแค่ไหน ก็อย่ายอมแพ้ แต่จงลุกขึ้นสู้กับมัน สุดท้ายคุณก็จะพบกับความสำเร็จเหมือนเธอคนนี้

emo (136)

ที่มา boredpanda

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...