Jack Churchill บรุษทหารอังกฤษ ผู้ใช้ดาบและธนูสู้ศึกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ในอดีตยุคโบราณยังไม่มีการผลิตอาวุธปืนขึ้นมาใช้งาน การออกรบของนักรบนั้นก็จะต้องพึ่งพาดาบและธนูในการปรามข้าศึก แต่พอมาถึงยุคสมัยที่การรบเริ่มเปลี่ยนแปลง อาวุธปืนก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่มีทหารผู้หนึ่งเลือกที่จะไม่ใช้ปืน เขากลับเลือกใช้ดาบและธนูแทน!!

 

การนำหน่วยในระหว่างฝึกด้วยการพกดาบและภาพการยิงธนูในการแข่งขันยิงธนู

mad-jack-churchill (2)

 

ทหารผู้นั้นมีนามว่า Jack Churchill หรือในนาม Fighting Jack Churchill และ Mad Jack เขาเกิดที่เมือง Surrey ประเทศอังกฤษ จบการศึกษาจากโรงเรียนนายทหาร Sandhurst Military Academy ในปีค.ศ. 1926

 

ดาบยาวของ Jack Churchill ที่พกติดตัว

mad-jack-churchill (5)

 

โดยหลังจากที่เขาจบการศึกษาก็ได้เข้าประจำการในกองทัพอังกฤษ ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศพม่า ภายหลังในปีค.ศ. 1936 เขาก็ปลดประจำการและเข้าทำงานในฐานะบรรณาธิการหนังสือพิมพ์แทน

 

mad-jack-churchill (1)

 

แต่แล้วเขาก็กลับเข้ามารับใช้กองทัพอังกฤษอีกครั้งในปีค.ศ. 1940 หลังจากที่หลังโปเเลนด์ถูกเยอรมันรุกราน และสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักไปทั่วก็คือ การที่เขาเลือกจะพกดาบยาวและธนูเข้าสู้ศึก!!

 

mad-jack-churchill (7)

 

Jack Churchill เป็นทหารเพียงคนเดียวที่ใช้ดาบกับธนู ในช่วงที่หน่วยของเขาซุ่มโจมตีหน่วยลาดตระเวนของเยอรมัน เขาใช้สัญญาณการโจมตีด้วยลูกธนูพิฆาตปักที่หน้าอกของศัตรู แทนที่จะใช้เสียงจากนกหวีดหรือการตะโกน

 

mad-jack-churchill (8)

 

หลายต่อหลายครั้งในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อเขาย้ายเข้ามาอยู่ในหน่วยรบพิเศษก็ได้สร้างวีรกรรมเอาไว้เยอะมากๆ เช่น จับเชลยศึกเยอรมันได้มากถึง 42 คน โดยใช้เพียงแค่ดาบ รวมไปถึงการเข้าโจมตีฐานที่มั่นของฝ่ายเยอรมันในนอร์เวย์ ด้วยการเป่าปี่สก็อตพุ่งทะยานออกไปพร้อมกับขว้างระเบิดมือใส่ฝ่ายเยอรมัน

 

mad-jack-churchill (3)

 

นอกจากจะพกดาบและธนูแล้ว เขายังเหน็บปี่สก็อตไว้ข้างกายตลอดเวลา ภารกิจสุดท้ายของเขาเกิดขึ้นในปีค.ศ. 1944 ปฏิบัติหน้าที่ในยูโกสลาเวียพร้อมกับลูกน้องอีกหลายสิบนาย ซึ่งในวันที่สองของการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยของเขาฝ่าแนวป้องกันของข้าศึก เหลือรอดเพียงแค่หกคน ภายหลังมีลูกกระสุนปลิดชีวิตลูกน้อง เหลือเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้น

 

mad-jack-churchill (6)

 

ต่อมาเขาถูกจับเป็นเชลยและถูกส่งไปยังค่ายกักกันไม่ไกลจากเบอร์ลิน อยู่ในค่ายก็เกิดอาการเบื่อเลยชวนนายทหารอากาศอีกนายที่ถูกจับมา คลานหนีออกนอกค่าย สุดท้ายก็โดนจับได้อยู่ดีและถูกส่งไปยังค่ายกักกันอีกแห่ง

จนช่วงกลางปีค.ศ. 1950 ทหารเยอรมันประจำค่ายล่าถอยและหนีออกไป ทิ้งค่ายและนักโทษเอาไว้ข้างหลัง คราวนี้เขาก็เดินออกมาสบายๆ จนพบกับหน่วยยานเกราะของอเมริกา และบินกลับอังกฤษเพื่อไปรักษาตัว

 

mad-jack-churchill (1)

 

เขายังไม่หยุดรบเพียงเท่านี้ ยังไปต่อที่สมรภูมิแปซิฟิก แต่ก่อนที่จะไปถึงอินเดียสงครามก็ดันจบเสียก่อน ถึงกับบ่นเพื่อนทหารด้วยกันว่า ถ้าไม่เป็นเพราะอเมริกา ก็น่าจะได้รบต่อไปอีกสิบปี

 

mad-jack-churchill (4)

 

เมื่อสงครามสิ้นสุดลง Jack Churchill ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในกองทัพอังกฤษในฐานะครูฝึกของหน่วยรบพิเศษ อีกทั้งถูกส่งไปฝึกทหารทั้งภายในและภายนอกประเทศ จนถึงปีค.ศ. 1959 ก็ถึงวัยเกษียณ ได้รับรางวัลความกล้าหาญมากมาย ต่อมาในปีค.ศ. 1996 เขาก็เสียชีวิตลงอย่างสงบ

ที่มา : badassoftheweek, vice, warfarehistorynetwork

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE
จิ้วๆๆๆๆๆๆ

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....