Elton John กล่าวถึงวันสุดท้ายของ Freddie Mercury เพราะความรักจะเยียวยาทุกสิ่ง

ตำนานแห่งดนตรีที่ยังคงมีลมหายใจมาจนถึงปัจจุบัน แน่นอนว่าเรากำลังพูดถึงวง Queen วงร็อกระดับขึ้นหิ้งจากเกาะอังกฤษ กับชื่อเสียงที่โด่งดังทะลุขีดจำกัดของวง แต่ยังคงรักษามาตรฐานเพลงที่ประณีตและทรงพลัง มีแฟนเพลงติดตามอย่างเหนียวแน่นมาจนถึงทุกวันนี้

 

 

และล่าสุดนี้ก็มีภาพยนตร์เชิงสารคดี Bohemian Rhapsody บอกเล่าชีวประวัติสู่จุดสูงสุดของ Freddie Mercury ฟร้อนท์แมนของวง Queen จากผลงานการกำกับของ Bryan Singer และได้ Rami Malek มารับบท

 

ภาพของ Freddie Mercury ถ่ายคู่กับ Sir Elton John ในคอนเสิร์ต Live Aid ปี 1985

 

ทั้งนี้ ตำนานร็อกอย่าง Freddie Mercury นั้น สามารถสะกดคนดูได้ทั้งคอนเสิร์ต ด้วยทักษะทางด้านการร้องนำและดนตรี แต่ทว่าเขากลับต้องมาด่วนจากไปในปี 1991 เสียชีวิตด้วยอาการปอดบวม อันเกิดมาจากโรคเอดส์

ชีวิตของ Freddie นั้นกลายเป็นที่จดจำของหลายๆ คน และชื่อของเขาก็ยังคงวนเวียนอยู่มาจวบจนถึงปัจจุบัน แม้จะเสียชีวิตมานานกว่า 20 ปีแล้วก็ตาม

 

Love is the Cure: On Life, Lossm and the End of AIDS

 

ด้านเพื่อนสนิทอย่าง Sir Elton John ผู้เป็นทั้งนักร้อง นักดนตรี และนักแต่งเพลงชาวอังกฤษ ได้เปิดเผยรายละเอียดวันสุดท้ายของเพื่อนรักในวงการ ผ่านหนังสือชื่อ Love is the Cure: On Life, Loss and the End of AIDS

 

การแสดงของวง Queen ที่เอาคนดูอยู่ทั้งสนาม Wembley Stadium จำนวนประมาณ 72,000 ชีวิต พร้อมกับถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศอังกฤษ

 

เขาได้เล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์ยิบย่อยต่างๆ ที่นำไปสู่การเสียชีวิตของ Freddie พูดถึงความเสียสละของตำนานร็อกคนนี้ที่ยังคงเป็นแบบนั้นอยู่เสมอ

เขากล่าวว่า ตอนที่ Freddie เริ่มล้มป่วยและรู้ว่ากำลังจะตาย Freddie ยังคงคอยเอาใจใส่คนอื่นๆ ให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้…

 

การแสดงอันทรงพลังที่สุดของวง Queen บนเวทีคอนเสิร์ต LIVE AID วันที่ 13 กรกฎาคม 1985

 

ใจความทั้งหมด ถูกนำออกมาจากหนังสือ Love is the Cure: On Life, Lossm and the End of AIDS

 

“เฟรดดี้ ไม่ได้แถลงต่อสาธารณะให้ทราบว่าเขาเป็นโรคเอดส์ จนถึงวันสุดท้ายก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในปี 1991 ถึงกระนั้นเขาก็ยังสร้างสีสันอยู่บนเวที และเป็นคนที่ดุดันหลังลงเวที สำหรับเฟรดดี้แล้ว เขาบอกผมว่าเป็นเอดส์ทันทีหลังจากที่ตรวจพบในปี 1987 ผมรู้สึกใจสลายมากๆ…

 

 

ที่ได้เห็นว่าโรคร้ายนี้ พรากชีวิตเพื่อนของผมไปหลายคน ผมรู้ว่ามันจะทำอะไรกับเฟรดดี้บ้าง และเขาเองก็รู้เช่นกัน เขารับรู้ว่าต้องตาย ความตายอย่างทรมาน กำลังมาหาเขา…

แต่เฟรดดี้กลับมีจิตใจที่เข้มแข็งอย่างแรงกล้า เขายังคงปรากฏตัวต่อหน้าคนอื่นๆ ร่วมแสดงกับวง Queen และยังคงเป็นคนที่อารมณ์ดี มีจิตใจโอบอ้อมและกว้างขวาง อย่างที่เขาเคยเป็นมาเสมอ

 

 

เมื่อเฟรดดี้เริ่มมีอาการถดถอยในช่วงปลายปี 1980 จนถึงต้นยุค 90 มันมากเกินกว่าที่จะแบกรับได้ไหวแล้ว มันทำให้ผมใจสลายที่ได้เห็นแสงสว่างบนโลกใบนี้ ถูกทำลายด้วยโรคเอดส์

ในตอนท้าย ร่างกายของเขาถูกปกคลุมเต็มไปด้วยคาโปซิซาร์โคมา (มะเร็งผิวหนังจากโรคเอดส์) เขาแทบจะตาบอด เขาอ่อนแอเกินกว่าจะยืนไหว

 

 

ด้วยสิทธิ์ที่เขามี เฟรดดี้ควรจะใช้วันสุดท้ายของชีวิต คำนึงถึงความสบายของตัวเอง แต่นั่นไม่ใช่ตัวตนของเขา เขามีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น

เฟรดดี้ก็ได้จากไปในวันที่ 24 พฤศจิกายน 1991 และหลายสัปดาห์หลังจากพิธีศพ ผมยังคงรู้สึกโศกเศร้าไม่หาย และในวันคริสต์มาส ผมได้เรียนรู้ว่า…

 

 

เฟรดดี้ได้ทิ้งพินัยกรรมอันเสียสละของเขา เป็นชิ้นสุดท้ายไว้ให้ผม เมื่อเพื่อนคนหนึ่งมาที่หน้าบ้านผม และยื่นบางสิ่งที่ห่อเอาไว้ในปลอกหมอนให้

เมื่อผมเปิดมันออกมา ข้างในนั้นเป็นภาพวาดของหนึ่งในศิลปินที่ผมชื่นชอบ Henry Scott Tuke และมีโน๊ตจาก Freddie ติดมาด้วย

 

 

หลายปีก่อนหน้านั้น เฟรดดี้และผมได้ลองคิดชื่อเป็นสัตว์เลี้ยงของแต่ละคน เป็นจริตแดร็กควีนอีกร่าง ผมคือ Sharon และเขาก็คือ Melina โน๊ตจากเฟรดดี้เขียนไว้ว่า “ถึง Sharon ฉันคิดว่าเธอน่าจะชอบนะ ด้วยรักจาก Melina สุขสันต์วันคริสต์มาส”

 

 

ผมรู้สึกตื้นตันมาก ด้วยอายุ 44 ปีในตอนนั้น ผมร้องไห้ออกมาเหมือนเด็ก และสิ่งเหล่านี้คือชายผู้งดงาม ผู้เสียชีวิตจากเอดส์ และวันสุดท้ายในชีวิตของเขา เขายังคงจัดหาของขวัญวันคริสต์มาสสุดน่ารักมาให้ผมได้

ด้วยความรู้สึกเศร้าที่ยังคงอยู่ มันมักจะทำให้ผมคิดถึงได้เสมอ เวลาที่นึกถึงเฟรดดี้ เพราะมันช่วยบอกเล่าถึงตัวตนของชายคนนี้ได้ และความตาย ทำให้ผมรับรู้ได้ว่าสิ่งใด ทำให้เขากลายเป็นคนที่วิเศษที่สุดตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่”

 

 

ที่มา: advocate, newsner, boredpanda

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE
จิ้วๆๆๆๆๆๆ

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....