เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องราวสุดน่าเศร้าของผู้หญิงที่ชื่อว่า Lou Tao อายุ 29 ปี นักศึกษาระดับปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ที่มีความเสียสละจนกระทั่งวาระสุดท้ายในชีวิตของเธอ

นางสาว Lou ได้เข้ารับการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกทางด้านประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยปักกิ่งเมื่อปี 2015 ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานเธอก็ป่วยอย่างหนัก ภายหลังจากการวินิจฉัยแล้วก็พบว่าเธอเป็นโรค ALS หรือ โรคเสื่อมของระบบประสาท

 

 

โรค ALS คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุมร่างกาย เกิดอาการเสื่อมและตายลงช้าๆ ส่งผลทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง และปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษา

เดือนมกราคม ปี 2017 นางสาว Lou เริ่มสูญเสียการเคลื่อนไหวที่เท้าซ้ายของเธอ อาการก็เริ่มแย่ลงๆ จนต้องเข้ารับการรักษาตัวในห้อง ICU

 

 

จนกระทั่งวันที่ 7 ตุลาคม เธอได้บอกกับคุณพ่อว่าเธอต้องการที่จะหยุดการรักษา เนื่องจากสภาพร่างกายของเธอไม่สามารถทนต่อความเจ็บปวดได้แล้ว และเธอตัดสินใจบริจาคอวัยวะเพื่อให้แพทย์ได้ใช้ในการศึกษาหลังจากที่เธอได้จากโลกใบนี้ไปแล้ว…

เธอได้เขียนจดหมายไว้ว่า “หลังจากที่ฉันเสียชีวิต ฉันขอบริจาคหัวของฉันสำหรับการวินิจฉัยทางการแพทย์ หวังว่าสักวันหนึ่งเราจะค้นพบวิธีการรักษาโรค ALS มนุษย์จะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการของโรคนี้”

“ส่วนร่างกายของฉัน ขอให้เผาให้มอดไหม้กลายเป็นกองขี้เถ้าแล้วนำไปลอยที่แม่น้ำแยงซี ไม่ต้องฝังร่างของฉันไว้ในสุสาน โปรดปล่อยให้ฉันได้จากโลกใบนี้ไปอย่างเงียบๆ ราวกับไม่เคยมีฉันบนโลกใบนี้…”

 

 

ทั้งนี้นางสาว Lou ยังนำเงินที่ได้รับจากการบริจาคของเหล่าเพื่อนๆ ที่มอบไว้ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลของเธอจำนวนเงิน 5 ล้านบาท ไปช่วยเหลือผู้ป่วยคนอื่นที่ขาดแคลน

คำสั่งเสียสุดท้ายของเธอจบลงอย่างน่าเศร้า แต่ความดีของเธอนั้นจะยังคงอยู่ในความทรงจำของใครหลายๆ ไปตลอดกาล

ที่มา shanghaiist

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...