ผู้คนจำนวนมากในรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย กำลังประสบปัญหากับ “ศพค้างคาว” ที่ตกมาตายเกลื่อนเมือง จนทำให้คุณแม่ลูกสองคนหนึ่งถึงกับต้องพาลูกๆ หนีไปหาโรงแรมนอนกันเลยทีเดียว

Philippa Schror คือชื่อของคุณแม่ที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้ โดยเธอเล่าว่าในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2018 ที่ผ่านมา มีค้างคาวมาตายอยู่บริเวณหน้าบ้านของเธอทุกๆ วัน เพียงสัปดาห์เดียวก็มากกว่า 5,500 ตัวเข้าไปแล้ว!!

 

 

เธอบอกว่าในตอนแรกที่เปิดประตูออกมาหน้าบ้าน ภาพที่เห็นนั้นเหมือนกับฉากในหนังสยองขวัญ ศพค้างคาวมีอยู่เกลื่อนทั่วบริเวณหน้าบ้านของเธอ ทั้งบนสนามหญ้า หรือบนหลังคาโรงจอดรถ

แม้มันอาจจะไม่ได้สร้างความเสียหายกับสิ่งก่อสร้างอะไรมากนัก แต่ว่าศพที่เน่าเปื่อยนั้นกลับส่งกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ เป็นมลพิษทางอากาศที่ยากจะอยู่ร่วมด้วยได้ เธอและลูกๆ จึงจำเป็นที่จะต้องย้ายหนีออกไปเป็นการชั่วคราว

 

 

เธอบอกว่า “ฉันไม่สามารถกลับไปบ้านได้จนกว่าเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดจะเช็ดคราบบนผนังกำแพง เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ คราบที่ติดอยู่บนผืนผ้าหน้าบ้าน รวมไปถึงบริเวณโรงจอดรถ”

“เจ้าหน้าที่จำเป็นที่จะต้องทำความสะอาดคราบทั้งหมด ก่อนที่กลิ่นมันจะซึมลึกเข้าไปในสิ่งของหรือพื้นที่เหล่านั้น ซึ่งก่อตัวเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุข”

 

 

และอย่างที่บอกว่าไม่ได้มีแค่คุณแม่คนนี้ที่ประสบปัญหาดังกล่าว เพราะยังมีอีกหลายๆ ครัวเรือนที่จะต้องเจอกับศพค้างคาวจำนวนมาก หนึ่งในนั้นก็คือ Lisa Eagleton หนึ่งในผู้อาศัยภายในรัฐเดียวกัน

เธอเล่าว่าในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เธอจะเจอกับฝูงค้างคาวจำนวนนับไม่ถ้วนมาห้อยหัวอยู่บนต้นไม้หลังบ้าน หรือไม่ก็กลายเป็นศพเน่าเกลื่อนพื้น

 

 

ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เธอและเพื่อนบ้านคนอื่นๆ จำเป็นต้องเรียกให้เจ้าหน้าที่มาเก็บศพพวกมันออกไป โดยในถังขยะสารพิษสีเหลืองแต่ละถังนั้นจะมีศพพวกมันอยู่ราวๆ 60-80 ตัว และในถุงที่เห็นก็มีอีกถุงละ 20-25 ตัว

Lisa ยังบอกอีกว่าก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาถึง 3 วันติดต่อกัน ในการช่วยทำความสะอาดและเคลียร์ศพค้างคาวกว่า 2,000 ตัวออกไปจากบริเวณหลังบ้าน

 

 

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเป็นผลมาจาก “คลื่นความร้อนที่พุ่งสูงมากจนเกินไป” เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน ที่อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียส

เมื่อค้างคาวไม่สามารถทนความร้อนได้ มันจึงตกลงมาตายอย่างที่เห็นนี้

 

 

ทางภาครัฐและอาสาสมัครท้องถิ่นเองก็ได้เร่งมือเข้าช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยในเขตดังกล่าว ด้วยการช่วยเคลียร์ศพจำนวนมาก และเปลี่ยนถังขยะสีแดงที่ไว้ทิ้งขยะทั่วไปออก นำถังขยะสีเหลืองที่ไว้ทิ้งขยะสารพิษมาวางแทน

รัฐบาลยังคงอยู่ในช่วงของการปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวให้เร็วที่สุด และจะชี้แจงถึงแนวทางการเคลื่อนไหวต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้

ขณะเดียวกันนั้น กลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าในเมือง Cairns ทางตอนเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ พวกเขาก็ออกมาประกาศว่ามีลูกค้างคาวๆ กว่า 500 ตัวที่อยู่ในการดูแล เพื่อไม่ให้ค้างคาวในแถบนี้ต้องสูญพันธุ์จากอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นสูงมาก

 

 

ที่มา: dailymail , lipstickalley

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...