ย้อนกลับไปในช่วงปี 1890 ประชาชนในพื้นที่ของเมืองลอสแอนเจลิส (ที่ในตอนนั้นยังเป็นเพียงเมืองเล็กๆ ) ได้ทำการขุดพบบ่อน้ำมันขนาดใหญ่ในพื้นที่ และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพื้นที่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่สิบปี ในช่วงยุค 1920-30 เมืองลอสแอนเจลิส และรัฐแคลิฟอร์เนียก็กลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ไป และเมืองที่เคยมีคนอยู่แค่ 50,000 คน เมืองนี้ก็กลายเป็นเมืองใหญ่ที่มีคนอยู่เป็นล้านคนไป

ในช่วงเวลานั้น หากคุณเดินทางไปที่เมืองแห่งนี้ มันก็จะไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คุณจะเห็นแท่นขุดเจาะน้ำมันได้มากมายเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด ซึ่งไม่เพียงแค่ขยับเคลื่อนเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของลอสแอนเจลิสช่วงนั้นไป เหมือนเช่นที่เห็นได้ในภาพต่อไปนี้

 

เริ่มกันจากเสาขุดน้ำมันที่แนวชายฝั่งเวนิส แคลิฟอร์เนีย 1920

 

เหล่าครอบครัวที่มาปิกนิกใน Signal Hill พร้อมเสาขุดน้ำมันในฉากหลัง เมื่อช่วงปี 1920

 

บ้านพักริมหาดที่มีเสาขุดน้ำมันอยู่ข้างๆ เมื่อราวๆ ปี 1929

 

บ่อน้ำมันในเวนิส เมื่อปี 1930

 

บ่อน้ำมันใน Signal Hill ช่วงปี 1930

 

เสาขุดน้ำมันที่สร้างอยู่ข้างถนนราวกับเป็นเรื่องธรรมดาในช่วงปี 1930

 

การแข่งพายเรือ ในโอลิมปิกเมื่อปี 1932 ซึ่งแน่นอนว่ามีเสาขุดน้ำมันเป็นฉากหลังเพียบ

.

 

หญิงสาวกับลูกสุนัข พร้อมเสาขุดน้ำมันหลังบ้าน เมื่อปี 1936

 

แพะที่บ่อน้ำมันใน Huntington Beach 1937

 

เสาขุดน้ำมันจำนวนมาก ที่แทบจะสร้างติดสุสานอยู่แล้ว จากปี 1937

 

เสาขุดน้ำมันริมหาดใน Huntington Beach เมื่อราวๆ ปี 1937

.

 

รถยนต์ที่เดินทางผ่านบ่อน้ำมันในเวนิส เมื่อราวๆ ปี 1937

 

การฝึกซ้อมยิงธนูของเด็กมัธยมปลาย ที่มีเสาขุดน้ำมันให้เห็นได้ไม่ไกลนัก จากปี 1937

 

การตากผ้าที่มีบ่อน้ำมันให้เห็นเต็มไปหมด จากปี 1937

 

คู่รักริมหาด และบ่อน้ำมัน เมื่อราวๆ ปี 1937

 

อันนี้การมาอาบแดดกันเป็นกลุ่ม ริมบ่อน้ำมัน

 

บ่อน้ำมันข้างชายหาดที่เวนิส เมื่อปี 1937

 

หนุ่มๆ เล่นวอลเลย์บอลบนชายหาด ใกล้ๆ บ่อน้ำมันของเวนิส ในปี 1937

 

และโบสถ์ St. Mary ที่มีเสาขุดน้ำมันตั้งอยู่ให้เห็นอยู่เต็มไปหมด

 

ที่มา vintag

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...