ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของโลกใบนี้ ได้สร้างสรรค์นักรบมีชื่อมาก็มากมายหลายคน ไม่ว่าจะเป็นคนอย่างริชาร์ดใจสิงห์ เจงกิสข่าน หรืออเล็กซานเดอร์มหาราช สำหรับผู้คนของพวกเขาแล้ว คนเหล่านี้ล้วนแต่ได้รับการขึ้นชื่อว่าเป็นวีรบุรุษทั้งนั้น

แต่ในอีกด้านหนึ่งของตำนานวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่นั่นเอง บนโลกใบนี้ก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่พร้อมต่อสู้เพื่อพวกพ้อง และสละชีวิตเพื่อเหล่าผู้คนที่ตนรัก พวกเธอคือเหล่านักรบ ที่แม้จะถูกมองว่าด้อยกว่าบุรุษ แต่ก็ยังยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่นเรื่อยมา

พวกเธอคือเหล่าวีรสตรีผู้ที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์

 

อาร์ทีมีเซียแห่งคาเรีย

หญิงสาวผู้ได้รับการตั้งชื่อตามเทพธิดาแห่งการล่า “อาร์ทิมิส” เธอคือราชินีแห่งฮาลิคานาคัส ผู้มีชื่อเสียงในฐานะ ผู้บัญชาการนาวิกโยธิน พันธมิตรของจักรพรรดิเซิร์กซี กษัตริย์แห่งเปอร์เซียในระหว่างสงครามกับรัฐๆ หนึ่งของกรีก (คุ้นๆ ไหม… ใช่แล้วสปาร์ตานั่นเอง)

ชื่อเสียงของเธอนั้นมาจากการรบทางเรือที่ซาลามิส ด้วยยุทธนาวีสุดชาญฉลาดและการเอา รวมไปถึงการชีวิตรอดที่ยอดเยี่ยม อย่างการบังคับเรือเข้าใส่พวกตัวเองเพื่อหลอกให้ชาวกรีกคิดว่าเธอเป็นพวกเดียวกัน ในขณะที่เซิร์กซีที่มองจากฝั่งคิดว่าเธอจมเรือของศัตรูเป็นต้น

 

โจนออฟอาร์ค

เชื่อเถอะว่าพูดถึงวีรสตรี หลายๆ คนก็คงจะคิดถึงเธอเป็นคนแรก โจนออฟอาร์ค หรือ “ฌาน ดาร์ก” เป็นหนึ่งในยอดนักรบและนักบุญหญิงของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 7

เธอเป็นผู้ที่ขับไล่ชาวอังกฤษออกไปจากฝรั่งเศสในช่วงปลายของสงครามร้อยปี และได้รับชื่อเสียงในฐานะผู้เอาชนะสงครามที่เมืองออเลียนส์ได้ในเวลาเพียง 9 วัน

อย่างไรก็ตามวีรสตรีคนนี้กลับต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า เพราะในปี 1430 เธอได้ตกเป็นเชลยของฝั่งอังกฤษ และถูกเผาทั้งเป็นหลังจากถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด จบชีวิตเด็กสาวยอดนักรบไปด้วยวัยเพียงประมาณ 19 ปีเท่านั้น

 

โทโมเอะ โกเซน

เธอคือ Onna-bugeisha (นักรบหญิง) คนแรกๆ ในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น และเป็นซามูไรหญิงที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ เธอเข้าร่วมสงครามเก็มเปไปพร้อมๆ กับเหล่าซามูไรหนุ่ม และได้รับความเคารพจากชายหนุ่มว่าเป็นหนึ่งในนักรบจากฝีมือการต่อสู้ของเธอ

การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเธอเกิดขึ้นที่อาวะซุ สถานที่ซึ่งมินาโมโตะ โยชินากะเสียชีวิต ว่ากันว่าโทโมเอะตัดสินใจทิ้งอาวุธของเธอและเลิกเป็นนักรบ โดยชีวิตของเธอหลังจากนั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละตำรา บ้างก็ว่าเธอแต่งงาน ไม่ก็ออกบวชชีหลังจากที่สามีเสียชีวิต

 

ราชินี บูดิก้า

บูดิก้าเป็นราชินีของชนเผ่าเซลติก Iceni อย่างไรก็ตามหลังจากที่สามีของเธอจากไป อาณาจักรของเธอก็โดนชาวโรมันรุกราน พวกเขาทรมานอดีตราชินีและข่มขืนลูกสาวของเธอ เป็นเหตุผลให้บูดิก้าตัดสินใจลุกขึ้นสู้

ในช่วงคริสต์ศักราชที่ 60 บูดิก้ารวบรวมกองกำลังจากชนเผ่ารอบข้างกว่าหนึ่งแสนนาย ขับไล่ชาวโรมันออกไปจากดินแดนของเธอ

ชัยชนะต่อเนื่องของเธอ ทำให้กษัตริย์เนโรถึงกับคิดที่จะถอนทัพออกจากอังกฤษโดยสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามก่อนที่เหตุการณ์ที่ว่าจะเกิดขึ้น กองกำลังของโรมก็สามารถเอาชนะบูดิก้าได้เสียก่อน

ชีวิตของบูดิก้าเป็นอย่างไรต่อไปนั้นยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันในปัจจุบัน แต่จากการที่ไม่มีบันทึกว่าเธอโดนจับ คนส่วนมากจึงชื่อว่าเธอนั้นเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองลงเสียมากกว่า

 

ยังมีให้ดูอีกหลายคนอยู่นะ ถ้าเพื่อนๆ สนใจก็ลองเข้าไปชมกันได้ที่นี่

 

ที่มา mentalfloss 

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...