Kylie ทนไม่ไหว ลบภาพลูกออกจากไอจีทั้งหมด เบื่อความเผือก-ล้ำเส้นเรื่องพ่อเด็ก

การที่เป็นบุคคลสาธารณะระดับโลก ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามมักจะถูกจับจ้องจากทุกสายตารอบตัว ไม่เว้นแม้แต่เรื่องส่วนตัวสุดๆ

กรณีที่ทำให้ Kylie Jenner เริ่มรู้สึกถึงความเยอะแยะหลากสิ่ง หลังจากที่เธอคลอดลูกสาวผู้น่ารัก Stormi และเผยให้ชาวโลกและชาวเผือกได้รับรู้ไปแล้ว ผู้คนต่างพูดถึงหน้าตาของเด็กและสงสัยว่าเป็นลูกของใครกันแน่?

 

 

ตั้งแต่หนูน้อย Stormi เกิดในเดือนกุมภาพันธ์ Kylie ได้แชร์รูปภาพของเธอและลูกสาวให้แฟนๆ ได้ชมอยู่เสมอ แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน เธอกลับโพสต์รูปเซลฟี่ตัวเองเหลือลูกสาวเพียงแค่ขอบรูปเท่านั้น

 

i spy with my little eye…

A post shared by Kylie (@kyliejenner) on

 

นอกเหนือจากรูปภาพล่าสุด หากลองตามเช็กภาพที่ผ่านมาเธอลบภาพที่มีลูกสาวออกทั้งหมด และจะไม่อัปภาพของ Stormi อีกแล้ว ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยหนักเข้าไปอีก เราลองย้อนกลับไปช่วงที่เธอตั้งท้องและไม่ยอมปล่อยภาพหลุดออกมาเลย

 

♥️

A post shared by Kylie (@kyliejenner) on

 

“ฉันเสียใจที่ปล่อยให้พวกคุณอยู่ในความคิดคาดเดากันไปเรื่อยเปื่อย ฉันเข้าใจว่าพวกคุณคงคุ้นชินที่ฉันมักจะปล่อยภาพให้รู้ความเคลื่อนไหวของฉัน แต่การตั้งท้องของฉันคือสิ่งที่ฉันเลือกที่จะไม่อยากให้ทั้งโลกได้รู้”

หนูน้อย Stormi เพิ่งจะปรากฏตัวได้เพียงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แล้วก็กลายมาเป็นประเด็นซุบซิบนินทาอย่างรวดเร็วและทวีคูณจำนวนเยอะขึ้นเรื่อยๆ

ข่าวลือที่ร้ายแรงที่สุดก็คือการที่ชาวเน็ตสงสัยว่าใครเป็นพ่อของเด็ก และมโนกันไปว่าพ่อของเด็กอาจจะไม่ใช่อย่างที่หลายคนคิด

 

 

ตามรายงานอย่างเป็นทางการ พ่อของเด็กก็คือ Travis Scott แรปเปอร์วัย 26 ปี ซึ่งคบกับ Kylie Jenner หลังจากที่เธอคบๆ เลิกๆ กับ Tyga ในปี 2016

แต่สิ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจลบภาพลูกสาวออกไป อาจจะเป็นเรื่องเผือกของชาวทวิตเตอร์ที่โจมตีเรื่องพ่อเด็กว่าเป็นคนใกล้ตัวของเธอ นั่นก็คือหนุ่มบอดี้การ์ดนั่นเอง

 

อย่างไรก็ตามแหล่งข่าววงในฮอลลีวูดกลับมองว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระ และให้สัมภาษณ์เอาไว้คร่าวๆ ว่า…

 

“Kylie คิดว่ามันเป็นเรื่องตลก เมื่อแฟนๆ คิดว่าบอดี้การ์ดหนุ่มอาจจะเป็นพ่อเด็กแทนที่จะเป็น Travis ขนาดเจ้าตัวเองยังหลุดขำก๊ากออกมากับมีมที่โดนแซะในช่วงนั้น

เด็กอาจจะดูเหมือนใครก็ได้ตอนที่ยังอยู่ในวัยเยาว์ เพราะฉะนั้น Kylie กับ Travis คิดว่ามันเป็นความงี่เง่าของชาวเน็ตที่พยายามมโนและโยงไปเรื่อย ไม่คิดหน้าคิดหลังก่อนจะทำให้เป็นกระแส”

 

ที่มา: dailymail, unilad, hollywoodlife

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE
จิ้วๆๆๆๆๆๆ

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....