ตั้งแต่เด็กๆ เราก็มักจะได้ยินตำนานเรื่องเล่ากล่าวขานเรื่องผีสางนางไม้ต่างๆ จากคนรุ่นก่อนๆ และเป็นความเชื่อที่เล่าต่อๆ กันมา

แต่ผีที่น่าสนใจและเราจะพูดถึงก็คือผีกระสือ เพราะเป็นผีที่มีความสามารถอันน่าทึ่งและมีความน่าสนใจมากมาย เรียกได้ว่าเป็นผีที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์ของธรรมชาติแบบสุดๆ

 

กระสือ แฮร่!!

 

ประวัติของผีกระสือในอดีตนั้นมีความเชื่อว่าผีกระสือเกิดมาจากวิบากกรรมตอนที่ยังเป็นมนุษย์ หากินโดยในทางมิชอบ หลอกลวงต้มตุ๋นคนอื่น มีพฤติกรรมสกปรก

เมื่อเกิดเป็นภูตแล้วจึงกินได้แต่ของสกปรกหรือของเน่าเหม็น และจะเข้าสิงมนุษย์ที่มีวิบากกรรมเหมือนกับที่ตนเองเคยทำตอนเป็นมนุษย์ได้

 

 

เวลากลางวันผีกระสือจะมีร่างเหมือนกับผู้หญิงทั่วไป มีพฤติกรรมแปลกๆ คล้ายคนป่วย แต่เมื่อถึงเวลากลางคืน ผีกระสือจะถอดหัวพร้อมกับเครื่องในออกจากร่าง บินออกไปล่าเหยื่อพวกวัวควายหรือสัตว์เล็กๆ และพวกของเน่าเช่นอุจจาระ จากนั้นก็จะเอาปากไปเช็ดกับผ้าของชาวบ้านที่นำมาตากไว้

การสืบสายพันธุ์ของผีกระสือจะสืบทอดโดยการให้ผู้ที่จะเป็นทายาทกินน้ำลายของผีกระสือเข้าไป หลังจากนั้นบุคคลที่กินน้ำลายเข้าไปก็จะซึมซับความเป็นผีกระสือเรื่อยๆ จนกลายเป็นผีกระสือในที่สุด

 

 

สำหรับผีกระสือที่มากความสามารถนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากหากนำหลักวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งความสามารถหลักๆ ที่น่าสนใจก็คือ ความสามารถในการบิน ความสามารถในการเรืองแสง และความสามารถในการแพร่พันธุ์

 

1. ความสามารถในการบินฉีกกฎฟิสิกส์

ผีกระสือสามารถถอดหัวและบินได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงแรงยกหรือหลักแอร์โรไดนามิกใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับว่าสามารถลอยตัวได้โดยไร้แรงโน้มถ่วง

หรือเรียกได้ว่าเป็นการขับเคลื่อนทางอากาศยานแบบไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์มากมาย (Minimal Aviation) หากทำการศึกษาและนำมาปรับใช้ได้ อาจจะเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของการคมนาคมของมวลมนุษยชาติเลยก็ว่าได้

 

2. ความสามารถในการเรืองแสง ฉีกกฎเคมี

การเรืองแสงของผีกระสือนั้นสามารถสันนิษฐานได้ 2 แบบ นั่นก็คือปฏิกิริยาในการให้กำเนิดแสงสว่างในตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งแหล่งพลังงานใดๆ

และอีกข้อก็คือการเผาไหม้จากแก๊สมีเทนที่สะสมจากการเน่าเปื่อย แต่รองศาสตราจารย์ ดร.สิรินทรเทพ เต้าประยูร นักวิชาการผู้ค้นคว้าเรื่องพลังงานแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีนี้ เนื่องจากการที่จะเกิดการเผาไหม้นั้นจะต้องมีปริมาณแก๊สมีเทนที่มากพอ

แต่ถ้าหากทฤษฎีข้อแรกเป็นไปได้ การนำมาศึกษาปรับใช้อาจจะทำให้เกิดแหล่งพลังงานใหม่ที่ไม่สร้างมลพิษหรือสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติได้เลยทีเดียว

 

3. ความสามารถในการแพร่พันธุ์ ฉีกกฎชีวะ

น้ำลายของผีกระสือนั้นมีฤทธิ์ในการแพร่เหมือนกับเชื้อพิษสุนัขบ้า หากได้รับเข้าสู่ร่างกายจะทำให้ติดเชื้อและกลายเป็นผีกระสือได้

ถ้าหากนำตัวอย่างน้ำลายมาศึกษา อาจนำมาต่อยอดให้กลายเป็นวัคซีนป้องกันเชื้อกระสือ หรืออาจนำมาทำเป็นอาวุธชีวภาพได้เลยทีเดียว

 

นอกจากนั้นผีกระสือยังมีญาติห่างๆ อยู่ประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย นั่นก็คือ ฮันตูปินังกาลัน หรือ ปินังกาลัน ตำนานของประเทศมาเลเซีย

สิ่งที่แตกต่างกันก็คือสีของดวงไฟ ซึ่งจะมีสีเหลือง อีกทั้งยังมีความดุร้ายกว่ามาก และตำนานผีมานานังเกล ของประเทศฟิลิปปินส์ที่เป็นผีหญิงแก่มีร่างกายแค่ครึ่งตัวและมีปีกค้างคาวยักษ์สามารถบินได้

 

 

เพราะฉะนั้นผีกระสือจึงเป็นผีที่สำคัญต่อวงการวิทยาศาสตร์และมวลมนุษยชาติมากๆ แต่น่าเสียดายที่ตามตำนานเรื่องเล่าได้กล่าวไว้ว่าคนสมัยก่อนนั้นไล่ล่าผีกระสือและฆ่าจนหมด ทำให้ในปัจจุบันจึงไม่มีผีกระสือออกมาให้เราเห็น หรือไม่แน่พวกเขาก็อาจกำลังซ่อนตัวอยู่ก็เป็นได้

 

สุดท้ายแล้วบทความนี้อาจจะมีสาระและเป็นประโยชน์หรืออาจจะไม่มีสาระใดๆ เลยทั้งสิ้น แต่ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้ว #เหมียวฝึกหัด ขอตัวไปทานยาก่อนนะ

เรียบเรียงโดย #เหมียวฝึกหัดหมายเลข22

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...