แม้บางคนจะเกิดมาพร้อมร่างกายที่แตกต่าง แต่เราทุกคนล้วนอยากมีความสุขทั้งนั้น ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เอาร่างกายมาเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต สัตว์ก็เช่นกัน

เมื่อไม่กี่เดือนก่อน Jessie พยายาบาลสัตว์และผู้อุปถัมภ์ในนิวซีแลนด์ ได้นำแมว 2 พี่น้องและตัวอื่นๆ อีกสองสามตัวมาจาก Kitten Inn ซึ่งเป็นกลุ่มช่วยเหลือสัตว์จากเมือง Lower Hutt และหนึ่งในนั้นดูแย่กว่าตัวอื่นๆ

 

 

ตัวที่ว่านั้นคือ Widdle วัย 6 สัปดาห์ แต่มีขนาดตัวเท่ากับแมวอายุ 4 สัปดาห์เท่านั้น มันตัวเล็กที่สุดแต่กลับมีความสุขมากที่สุด

เมื่อ Widdle ได้พบกับแม่อุปถัมภ์ Jessie ครั้งแรก มันตกหลุมรักเธอทันทีและกลายเป็นมิ้วน้อยที่เกาะติดไหล่เธอตลอดเวลา

 

 

Jessie บอกว่า “ฉันดูแลมันมาหลายเดือน แต่มันไม่โตขึ้นเลย ในขณะที่พี่น้องของมันโตขึ้นเหมือนแมวปกติและทยอยหาบ้านใหม่กันแล้ว”

“Widdle ยังอยู่ที่เดิมเหมือนเดิม แมวตัวเล็กๆ กับขนสีส้มๆ เข้าไปอยู่ในหัวใจและจิตใจของเราเรียบร้อยแล้ว” หญิงสาวกล่าว

 

 

Widdle มีความฉลาดที่จะหาที่อุ่นๆ ให้ตัวเอง

 

ตอนที่มาถึงบ้าน Jessie ครั้งแรก มันมีขนาดตัว 2 ใน 3 ของพี่สาวมัน แต่พอผ่านไป 2 สัปดาห์ ขนาดตัวของมันเล็กกว่าพี่ถึงครึ่งหนึ่ง

 

 

Jessie และทีมสัตวแพทย์พยายามหาสาเหตุว่าทำไม Widdle ถึงไม่โต แต่อย่างหนึ่งที่ทำให้มนุษย์สบายใจคือมันมีสุขภาพดีและมีความสุขตลอดเวลา ดังนั้นไม่ว่ามันจะมีความผิดปกติหรือเป็นแค่แมวแคระ พวกเขาก็จะรักมันอยู่ดี

 

 

Widdle มีบุคลิกที่ใหญ่กว่าขนาดตัวของมันมาก มันชอบยึดไม้กวาดเป็นของตัวเอง และไม่ยอมให้ใครมาแตะของมันด้วย

 

 

เมื่อไปที่คลินิกของ Jessie มันจะปีนขึ้นไปอยู่บนไหล่ของพนักงานทุกคน เพื่อเสนอตัวช่วยพวกเขาทำงาน ดังนั้นมันจะอยู่บนไหล่ใครคนใดคนหนึ่งตลอดเวลา

 

Widdle ชอบช่วยรับสายที่แผนกต้อนรับ

 

Jessie บอกว่า “Widdle มาทำงานกับฉันทุกวัน จนทุกวันนี้มันกลายเป็นคู่หูของฉันแล้ว มันจะอยู่บนไหล่ของทุกคน ไม่ว่าคนคนนั้นจะชอบหรือไม่ก็ตาม”

 

 

Jessie ทำหมวกส้มเล็กๆ ให้น้องเหมียวด้วย

 

ตอนนี้เจ้าเหมียวอายุ 17 สัปดาห์แล้ว แต่ขนาดตัวเท่ากับแมว 7 สัปดาห์

 

แมวใจใหญ่กว่าตัวแบบนี้ เอามงกุฎราชาไปใส่เล้ยยย

 

ตอนนี้หัวใจทั้ง 4 ห้องของ Jessie ถูก Widdle ครอบครองแล้ว เพราะเธอไม่สามารถแยกจากมันได้เลย

 

Widdle อาจจะเป็นมิ้วน้อยตลอดไป แต่หัวใจของมันนั้นเต็มไปด้วยความรัก

 

ที่มา lovemeow

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...