ท่ามกลางฤดูร้อนในเมืองซานตาแอนนา รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา อากาศช่วงนั้นร้อนมากเป็นพิเศษจนเป็นอุปสรรคต่อทั้งคนและสัตว์ที่นั่น

ระหว่างที่ ครอบครัวกำลังหลบร้อนอยู่ในบ้าน พวกเขาก็ได้ยินเสียงลูกแมวดังมาจากบริเวณใกล้ๆ ทุกคนเลยพยายามตามเสียงนั้นไปแต่ก็ยังไม่เห็นตัวลูกแมว แต่ทุกคนต่างก็คิดเหมือนกันว่าเสียงร้องนี้ดังมาจากด้านในกำแพง …

 

 

เพื่อช่วยเหลือเจ้าเหมียว พวกเขาก็เลยช่วยกันเจาะรูบนกำแพงเพื่อดูว่ามีลูกแมวอยู่จริงรึเปล่า เมื่อเจาะเข้าไปแล้วก็เห็นว่ามีลูกแมวติดอยู่ในนั้นจริงๆ

ลูกแมวสีส้มนอนอยู่ในด้านกำแพงตามลำพัง ไม่มีวี่แววของแม่แมวหรือพี่น้องของมันอยู่เลย เมื่อเห็นว่ามันไม่มีแม่ดูแลพวกเขาจึงรีบพามันไปหาสัตวแพทย์

 

 

สัตวแพทย์บอกว่าถ้าเจ้าเหมียวติดอยู่ในนั้นนานกว่านี้มันคงตายเพราะอากาศร้อนไปแล้วแหละ ต้องขอบคุณครอบครัวนี้ที่ยอมทุบผนังบ้านไปช่วยมันออกมา

เธอคิดว่าสาเหตุที่มันอยู่ในกำแพงอาจจะเป็นเพราะแม่แมวทำมันตกไว้ระหว่างเคลื่อนย้ายลูกๆ ไปที่อื่น มันก็เลยอยู่ในช่องระหว่างกำแพงตามลำพัง

อย่างไรก็ตามถึงจะรักษาจนมันมีอาการดีขึ้นแล้ว แต่ลูกแมวยังมีอายุไม่กี่วันอยู่เลย มันต้องการคนที่พร้อมดูแลมันตลอดทั้งวัน สัตวแพทย์ก็เลยติดต่อไปหา Christine Stephenson ซึ่งเป็นเพื่อนของเขาแล้วขอให้ดูแลเจ้าเหมียวตัวนี้ให้ที

 

 

Stephenson มีแมวอยู่ที่บ้านอยู่ 2 ตัวแล้ว เธอยังไม่อยากรับแมวมาเลี้ยงเพิ่ม แต่ถ้าแค่ดูแลมันเป็นการชั่วคราวเธอก็เต็มใจจะรับดูแล มิ้วน้อยก็เลยได้มาอยู่ที่บ้านของเธอ

หญิงสาวตั้งชื่อลูกแมวว่า Wall-E เธอพามันไปกับเธอด้วยทุกที่ ทั้งตอนอยู่บ้าน ออกไปทำงาน นัดทำธุระหรือแม้แต่ตอนนอน เธอจะได้ดูแลมันได้ทุกเมื่อที่มันต้องการ

 

 

เจ้าเหมียวชื่อว่า Wall-E เพระมันเคยอยู่ในกำแพงมาก่อน

 

Wall-E โตมาเป็นแมวที่ซุกซนและแข็งแรง ไม่ทันไรมันก็ตีสนิทกับแมว 2 ตัวในบ้านได้แล้ว พวกมันเลยเล่นซนด้วยกันเป็นประจำ

Stephenson ก็ชอบที่เจ้าแมวดูร่าเริงสดใส ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันมาทำให้เธอรู้สึกผูกพันกับมัน ตอนแรกเธอคิดว่าจะรับมันดูแลไว้ชั่วคราวเฉยๆ แต่ตอนนี้เธอเปลี่ยนใจจะรับมันไว้เป็นครอบครัวแล้ว

 

 

ในที่สุดเจ้าเหมียวก็มัดใจมนุษย์สำเร็จ แล้วได้เธอมาเป็นทาส

 

จากนั้นเป็นต้นมา Stephenson กับ Wall-E ก็อยู่ด้วยกันตลอดเวลา มันตามติดเธอเหมือนกับเป็นเงาเลย เธอเล่าถึงมันว่า “ทุกวันนี้มันเป็นแมวที่มีความสุขมาก มันครางไม่ยอมหยุดเลย ฉันให้มันทำอะไรได้ตามใจทุกอย่าง ไม่ว่าจะพาไปนั่งรถเล่น พาไปเดินเล่น หรือพาไปขี่ม้าก็เคยทำนะ”

 

 

เธอเล่าต่อว่า “ฉันรู้สึกขอบคุณเจ้าเหมียวส้มขนปุยตัวนี้ มันนำพารอยยิ้มมาให้กับฉันและคนรอบข้าง ฉันหวังว่าทุกคนจะได้ลิ้มลองความรู้สึกดีๆ ในการช่วยสัตว์เหมือนฉันบ้างนะ เพราะสำหรับฉันแล้ว Wall-E เป็นเหมือนนางฟ้าน่ารักตัวน้อยๆ เลย”

 

 

ที่มา: Love Meow

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...