ลูกแมวหลายๆ ตัวไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตบนโลก เพราะมันถูกทิ้งตั้งแต่เกิด และร่างกายของมันก็ยังอ่อนแอเกินไปที่จะเอาชีวิตรอดด้วยตัวเองได้

เช่นเดียวกับ Thumbelina และพี่น้องของมันที่ถูกพาเข้ามาในศูนย์พักพิงสัตว์ Rescue Me Animal Sanctuary หลังจากมีคนไปพบพวกมันในที่ทิ้งขยะโดยยังเอิญ

 

 

Thumbelina มีขนาดตัวที่เล็กกว่าพี่น้องถึงครึ่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงรู้ว่ามันต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยหลังจากที่ตรวจสุขภาพแล้ว พวกเขาหวังว่ามิ้วน้อยทุกตัวจะค่อยแข็งแรงขึ้น

แต่เมื่อผ่านไป 48 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าลูกแมวที่มีขนาดเล็กที่สุดเริ่มจะอ่อนเพลียง่าย หลังจากที่มันเล่นแค่นิดๆ หน่อยๆ มันก็ล้มลงและตัวซีดอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาจึงพามันไปกลับไปหาสัตวแพทย์อีกครั้ง

 

 

คุณหมอบอกว่า Thumbelina เกิดมาพร้อมความบกพร่องของหัวใจ แต่ที่น่าทึ่งคือ มิ้วน้อยไม่ยอมให้อะไรมาหยุดมันเลย มันแสดงให้เห็นว่ามันอยากมีชีวิตอยู่มากแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม แมวน้อยยังต้องรอการรักษาอีกประมาณ 1 เดือน เพราะตอนนั้นมันยังเล็กเกินไปสำหรับรับการสแกนว่าจะรักษามันอย่างไรดี

 

 

พี่น้องตัวอื่นทยอยกันไปอยู่ในบ้านใหม่กับเจ้าของคนใหม่ ในขณะที่เจ้าเหมียวตัวน้อยยังคงอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ในบ้านอุปถัมภ์

จนกระทั่ง Thumbelina โตพอที่จะรับการสแกนได้ แต่ผลที่ออกมาพบว่ามันมีปัญหาที่รุนแรงเกี่ยวกับลิ้นหัวใจ และไม่สามารถผ่าตัดรักษาได้

 

 

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่ามันเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมากที่เจ้าเหมียวสามารถมีชีวิตรอดได้นานขนาดนี้ แต่พวกเขาไม่คาดหวังว่ามันจะอยู่ได้จนถึงอายุ 1 ปี เพราะโอกาสมีน้อยมาก

แต่ถึงอย่างนั้น Thumbelina ก็ยังมีใจที่เข้มแข็ง มันไม่ต้องการอะไรมากกว่าไปการได้อยู่กับพ่อแม่อุปถัมภ์ คือ Colin และ Anna

 

 

ในขณะที่ทั้งสองคนไม่สามารถช่วยอะไรมันได้มากกว่านี้ แต่ทั้งคู่ก็มุ่งมุั่นที่จะดูแลเจ้าเหมียวให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ พวกเขาอาบน้ำให้มันด้วยความรักและกอดมันอย่างอบอุ่นทุกวัน

 

.

 

และแล้ว วันที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น นั่นคือวันที่ Thumbelina อายุได้ 1 ปี มันเติบโตเป็นแมวที่สวยงาม ที่สำคัญมันมีหัวใจแห่งนักสู้ มันเอาชนะได้แม้กระทั่งความตายที่พยายามจะพรากมันไปจากโลกนี้

 

 

เมื่อเป็นเช่นนี้ พ่อแม่จึงได้จัดปาร์ตี้ฉลอง 1 ขวบให้เจ้าเหมียว เพื่อเป็นการขอบคุณที่มันยังอยู่ และเพื่อเป็นกำลังใจให้มันในการมีชีวิตอยู่ต่อไป

 

 

ที่มา lovemeow

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...