สาวตัดต่อภาพชายหนุ่ม มโนเป็นคู่หมั้นนาน 4 ปี เจอตัวจริงทนไม่ไหวโร่แจ้งความ!!

บางครั้งการที่เราหลงรักใครซักคนก็อยากที่จะได้เค้ามาเป็นแฟน แต่ถ้าบังเอิญว่าคนๆ นั้นมีแฟนอยู่แล้ว หรือไม่ชอบเราก็ควรที่จะตัดใจเสียดีกว่า เพราะการที่เราพยายามดื้อดึงไปก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นอยู่ดี

เช่นเดียวกันกับเรื่องราวของหญิงสาวคนนี้ที่แอบปิ๊งรักชายหนุ่มคนหนึ่ง ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเจอหน้า และไม่เคยคุยกันแม้แต่คำเดียว แต่กลับเอารูปของเขามาตัดต่อแล้วโมเมว่าเป็นคู่หมั้นของตัวเอง แถมยังเอาไปหลอกให้คนอื่นหลงเชื่ออีก

 

Jill Sharp หญิงสาววัย 31 ปี ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นโรคจิตแอบติดตามนาย Graham McQuet ที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว เป็นเวลานานกว่า 4 ปีด้วยกัน เพื่อหลอกให้คนอื่นเชื่อว่าทั้งสองเป็นแฟนกัน

 

ด้วยการตัดต่อรูปของตัวเองไปใส่คู่กับใบหน้าของชายหนุ่มแล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊ค

 

จากรายงานของเว็บไซต์ Daily Record เล่าว่า เธอได้ไปบอกกับเพื่อนคนอื่นๆ ว่าเธอมีคู่หมั้นแล้ว และชายคนในภาพตัดต่อนั้นก็คือคู่หมั้นของเธอ

เพื่อทำให้คนอื่นๆ เชื่อ ผู้ต้องหา Jill ได้ทำการไปเที่ยวที่ลอนดอน หลังจากที่เห็นนาย McQuet ถ่ายรูปคู่กับโบสถ์ Westminster Abbey และเธอก็ถ่ายรูปแล้วเอามาโพสต์เทียบกันให้เห็นจะๆ แล้วอ้างว่าไปเที่ยวด้วยกันมา

 

จนในที่สุด เหล่าเพื่อนๆ ของ Jill ก็เริ่มสงสัย

 

วันเวลาล่วงเลยผ่านไปเป็นเวลา 4 ปี โดยที่ เพื่อนๆ ก็ยังไม่เคยพบหน้ากับคู่หมั้นของเธอเลยซักครั้ง และจากภาพที่โบสถ์ Westminster Abbey เพื่อนๆ ของ Jill ก็ปักใจเชื่อแล้วว่ามันคือการแหกตากันชัดๆ

“เธอเอารูปมาให้ดูพร้อมกับบอกว่าไปเที่ยวที่ลอนดอนกับคู่หมั้น แต่ภาพทั้งสองภาพนั้นมันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน คือดูก็รู้เลยว่ามันไม่ใช่วันเดียวกัน และหลายๆ ภาพที่เธอถ่ายคู่กับคู่หมั้นของเธอนั้นมันคือรูปตัดต่อชัดๆ” เพื่อนคนหนึ่งของ Jill เล่า

 

เพื่อนของ Jill จึงตัดสินใจที่จะติดต่อไปหานาย McQuet เพื่อสอบถามเรื่องราวว่าเป็นมาอย่างไร และก็พบว่าชายหนุ่มคนดังกล่าวไม่เคยรู้จักกับเพื่อนของเธอเลย แถมเขายังมีคู่หมั้นตัวจริงอยู่แล้วด้วยคือคุณ Marianne Stirling วัย 33 ปี

 

หลังจากที่ทราบเรื่องดังกล่าว นาย McQuet และคู่หมั้น ก็รีบไปแจ้งตำรววจทันที แต่ถึงอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ก็ได้บอกกับคู่รักว่าพวกเขาไม่สามารถดำเนินคดีเอาผิดอะไรกับ Jill ที่เป็นผู้ต้องหาได้ เพราะการตัดต่อของเธอนั้นไม่ได้ผิดกฎหมายแต่อย่างใด

“เห็นได้ชัดว่า ผู้ต้องหานั้นสามารถปลอมตัวเป็นใครก็ได้ที่เธอต้องการ แต่ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้กันนะ” เพื่อนของคุณ Marianne กล่าว

 

ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าแท้จริงแล้วผู้ต้องหานั้นมีเจตนาไปในทางที่ไม่ดีหรือไม่ แต่การนำรูปคนอื่นมาตัดต่อแล้วโมเมว่าเป็นคู่รักของตัวเอง ก็อาจทำให้ชีวิตคู่ของคนอื่นเสียหายได้นะจ๊ะ อย่าไปทำตามเด็ดขาดเลยล่ะ

ที่มา : distractify

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE
#เหมียวหง่าว เมี๊ยววๆ หง่าว มะมะเหมี๊ยว เหมี๊ยว หง่าววว แถ่แดมแถ่แดมแท๊มมม ~

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....