การเลี้ยงดูของพ่อแม่นั้น นับว่าเป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อพฤติกรรมและนิสัยของลูก แม้จะเกิดมาในครอบครัวที่เพียบพร้อม พ่อแม่ให้ความรัก ใส่ใจ ดูแลเป็นอย่างดี ใช่ว่าจะไม่มีปัญหา ยิ่งหากพ่อแม่ยัดเยียดในสิ่งที่ลูกๆ ไม่ต้องการ ยิ่งจะเกิดปัญหาตามมา

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงออกมาว่าชอบหรือไม่ชอบในสิ่งที่พ่อแม่จัดเตรียมไว้ให้ บางคนอาจจะยอมทำตามความต้องการของพ่อแม่ก็จริง แต่เราไม่รู้เลยว่า ภายในนั้น เขาหรือเธอกำลังคิดอะไรอยู่ และนี่คือเรื่องราวของ Jennifer Pan หญิงสาวที่จ้างวานคนมาฆ่าพ่อแม่ตัวเอง

 

Jennifer Pan

Jennifer-Pan-Woman-sentenced-to-life-for-hired-hit-on-mother

 

พ่อแม่ของ Jennifer เดิมนั้นอยู่ที่เวียดนาม แต่พวกเขาได้อพยพมายัง Toronto เนื่องจากปัญหาทางการเมือง ต่อมาพวกเขาก็มีลูก 2 คนคือ Jennifer และน้องชายของเธอ ครอบครัวของเธอค่อนข้างเคร่งกับลูกๆ มากในทุกเรื่อง

Jennifer ถูกบังคับให้เรียนเปียโนตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เมื่อขึ้นชั้นประถมเธอต้องเล่นไอซ์สเก็ต วันไหนซ้อมหนักๆ กว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืน เวลาไปโรงเรียนพ่อแม่ก็จะไปรับไปส่ง แถมยังไปเฝ้าเวลาเธอทำกิจกรรมด้วย เธอถูกห้ามไม่ให้ไปปาร์ตี้ ไม่ให้มีแฟนจนกว่าจะจบมหาวิทยาลัย สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอรู้สึกกดดันและเครียดจนเริ่มกรีดข้อมือตัวเอง

 

พ่อแม่ของ Jennifer Pan

2AE33A7D00000578-3176529-image-a-28_1438033011905

 

โดยปกติแล้ว Jennifer เป็นเด็กที่เรียนเก่ง ร่าเริง เข้ากับเพื่อนๆ ได้ดี และเป็นคนมั่นใจในตัวเอง จนไม่มีใครคาดคิดว่า เธอจะกลายเป็นคนที่จะฆ่าพ่อแม่ตัวเองได้

จนกระทั่งขึ้นเกรด 9 เป็นครั้งแรกที่เธอตัดสินใจโกหกพ่อแม่ของเธอ เนื่องจากปกติแล้ว เธอต้องได้เกรด A ทุกวิชา แต่มาครั้งนี้เธอได้คะแนน 70% หรือระดับ B ในทุกวิชา ด้วยกลัวว่าจะถูกพ่อด่า เธอจึงทำใบเกรดปลอมขึ้นมา โดยใส่ให้ได้เกรด A ทุกวิชาเหมือนเดิม

และเธอก็มีแฟนครั้งแรกตอนอยู่เกรด 11 เขาคนนั้นคือ Daniel Wong ซึ่งเป็นรุ่นพี่เธอ 1 ปี ทั้งคู่อยู่ในวงดนตรีของโรงเรียนเหมือนกัน

ในระหว่างนี้เธอก็ยังโกหกพ่อแม่เรื่องเกรดเรื่อยมา เพราะเธอได้แค่เกรด B แต่เธอก็ยังได้รับข้อเสนอให้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Ryerson ทันทีที่จบม. ปลาย แต่แล้วในเทอมสุดท้ายเธอดันสอบแคลคูลัสไม่ผ่าน ข้อเสนอนี้จึงถูกยกเลิกไป

 

เด็กสาวหน้าตาเรียบร้อย เรียนเก่ง ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะกลายเป็นคนฆ่าพ่อแม่ตัวเอง

The Markham resident is charged with first-degree murder in connection to the death of her mother and attempted murder in conncetion to the shooting of her father.

 

เธอไม่ได้บอกเรื่องนี้กับทางบ้าน แถมยังบอกพ่อแม่อีกว่า จะเรียนวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Ryerson 2 ปี และในปีที่ 3 จะย้ายไปเรียนเภสัชฯ ที่มหาวิทยาลัย Toronto ทำให้พ่อแม่ดีใจเป็นอย่างมาก

พอเปิดเทอม เธอก็ทำเหมือนไปเรียนจริง โดยนั่งรถเข้าไปในเมืองทุกวัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เธอไปเข้าห้องสมุดเพื่อดูเนื้อวิทยาศาสตร์แล้วจดลงในสมุด ให้ดูเหมือนกับเป็นสมุดจดในห้องเรียนของเธอ และวันไหนว่างๆ เธอก็จะไปหา Daniel แฟนหนุ่มของเธอที่มหาวิทยาลัย York เป็นประจำ

 

 

ระหว่างที่โกหกว่าเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้ เธอทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ ครูสอนเปียโน และร้านพิชซ่า ที่เดียวกับที่ Daniel ทำอยู่ ทำแบบนี้จนครบ 2 ปี

และก็ถึงเวลาที่เธอต้องย้ายไปเรียนเภสัชฯ ที่มหาวิทยาลัย Toronto ตามที่บอกครอบครัวไว้ เธอจึงขอพ่อแม่ย้ายมาอยู่กับเพื่อนสมัยมัธยมที่อยู่ในเมือง ด้วยระยะทางที่ไกลพอสมควร ทางครอบครัวจึงอนุญาติ

แต่ทั้งหมดนี้เป็นการโกหกอีกแล้ว เพราะเธอได้ย้ายไปอยู่กับ Daniel ที่บ้านของเขา และบอกพ่อแม่ฝ่ายชายว่า พ่อแม่ของเธออนุญาตแล้ว

 

ภาพของ Jennifer ในระหว่างการสอบสวน

 

pan08

 

2 ปีผ่านไป เป็นเวลาที่เธอต้องจบจากมหาวิทยาลัย Toronto พ่อแม่ของเธอจึงถามหาใบทรานสคริปต์ แฟนหนุ่มจึงช่วยเธอด้วยการจ้างคนทำใบทรานสคริปต์ปลอม โดยใส่ให้ได้ A ทุกวิชา

และแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องทำงาน เธอบอกทางบ้านว่า ทำงานเป็นอาสาสมัครในห้องแลปของโครงการ Sickkids และต้องเข้ากะตอนกลางคืน จึงขอมาค้างที่บ้านเพื่อนคนเดิมมากขึ้น

แม้ว่าพ่อแม่จะอนุญาติ แต่พวกเค้าก็สงสัยว่า ทำไมลูกสาวถึงไม่ใส่ยูนิฟอร์ม บัตรพนักงานก็ไม่มี แม่ของเธอจึงตามไปเช็คกับที่ทำงานและยังโทรไปหาเพื่อนของเธอที่อ้างว่าไปค้างด้วย แล้วความจริงก็ปรากฏเมื่อ เพื่อนเธอคนนี้บอกกับพ่อแม่เธอว่า ไม่ได้ติดต่อกับเธอเลย…

 

Daniel Wong แฟนหนุ่มของ Jennifer

2AE33A6C00000578-3176529-image-a-29_1438033018834

 

ด้วยเหตุการณ์ครั้งนี้เธอจึงสารภาพทุกอย่างกับพ่อ ยกเว้นเรื่องที่เธอยังไม่จบ ม.ปลาย พ่อโกรธมาก จึงกักบริเวณ ไม่ให้ใช้โทรศัพท์ และห้ามติดต่อกับ Daniel อีก พร้อมทั้งให้ลาออกจากงานทุกงาน เหลืองานสอนเปียโนอย่างเดียว

หลังจากนั้นพอพ่อผ่อนปรนมากขึ้น เธอก็ได้กลับไปเรียนแคลคูลัสจนผ่าน แต่ช่วงระหว่างนี้ เธอก็ยังแอบไปเจอกับ Daniel บ่อยๆ ด้วย ในขณะที่แฟนหนุ่มกลับรู้สึกไม่ชอบความสัมพันธ์หลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้ ทั้งที่ Jennifer ก็อายุ 24 ปีแล้ว เขาจึงตัดสินใจบอกเลิกเธอทันทีแล้วไปมีแฟนใหม่

Jennifer รัก Daniel มาก และทำใจไม่ได้ที่โดนเลิก เธอจึงแต่งเรื่องขึ้นมาว่า โดนรุมโทรม มีคนเอาลูกกระสุนใส่จดหมายส่งมาให้เธอ และโยนความผิดทั้งหมดนี้ให้กับแฟนใหม่ของ Daniel

 

Eric Carty และ David Mylvaganam ฆาตกรที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้

Capture

 

ต่อมาในปี 2010  Jennifer ก็ได้เจอกับ Andrew เพื่อนสมัยประถม เธอจึงเล่าเรื่องครอบครัวเธอให้เขาฟัง และเพื่อนคนนี้ก็บอกกับเธอว่า เขาเองก็อยากฆ่าพ่อตัวเองเหมือนกัน…

ทันทีที่ได้ยินคำนี้ แผนการกำจัดพ่อแม่ก็ได้เริ่มขึ้นในหัวของเธอ โดยจะลงมือฆ่าพ่อในลานจอดรถ แต่แล้วแผนครั้งนี้ก็พัง เพราะคนที่จ้างนั้น ได้เชิดเงินหนีไปซะก่อน

 

หลังจากนั้น ไม่นาน Daniel ก็กลับมาคบ Jennifer อีกครั้ง และทั้งคู่ได้วางแผนจะฆ่าพ่อแม่ของเธออีกครั้ง หวังจะได้สมบัติของพ่อแม่ และอยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผย

โดยเขาแนะนำให้เธอรู้จักกับ  Lenford Crawford ที่จะเป็นมือสังหารในครั้งนี้ ทั้งคู่ติดกันผ่านทางโทรศัพท์ และเธอก็จ้างเขาด้วยเงินประมาณ 3 แสนกว่าบาท

 

บ้านที่ใช้ลงมือก่อเหตุ จนทำให้แม่ของเธอเสียชีวิต

2AE33E1D00000578-3176529-image-a-41_1438034225603

 

จนกระทั่งวันที่ 8 พฤศจิกายน ปี 2010 Jennifer ส่งข้อความหา Lenford ให้ลงมือได้ ขณะที่พ่อแม่ของเธอกับพ่อกำลังนั่งอยู่ทีวีอยู่่ในห้องนั่งเล่น

หลังจากได้รับข้อความ Lenford และเพื่อนอีกสองคนบุกเข้ามาในบ้าน คนหนึ่งใช้ปืนยิงที่แม่ของเธอ อีกคนก็ยิงไปที่พ่อของเธอ 2 นัด ส่วน Jennifer ก็ทำทีว่า โดนมัดมืออยู่ เมื่อแน่ใจว่าพ่อแม่ของ Jennifer เสียชีวิตแล้ว ทั้งสามจึงรีบออกจากบ้านทันที

จากเหตุการณ์นี้ ปรากฏว่า พ่อของเธอนั้นยังไม่ตาย และได้รับการรักษาจนหายดี ที่สำคัญหลังจากเหตุการณ์นั้นเขาเริ่มสงสัยลูกตัวเอง เพราะในวันเกิดเหตุนั้น แม้ว่าจะถูกยิง แต่เขาเห็นลูกสาวคุยกับคนร้ายอย่างสนิทสนม

ตำรวจจึงทำการสอบสวน Jennifer หลายครั้งมาก จนในที่สุดทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นมือปืนทั้ง 3 คน แฟนหนุ่ม รวมทั้ง Jennifer เองก็ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาเจตนาฆ่า พยายามฆ่า และวางแผนฆ่า

 

emo (141)

จากเรื่องราวของ Jennifer นี้ คงทำให้พ่อแม่หลายๆ คนตระหนักถึงความสำคัญในการเลี้ยงลูกมากขึ้น แน่นอนพ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกได้รับแต่สิ่งดีๆ แต่ก็ต้องดูด้วยว่า นั่นเป็นความต้องการของลูกหรือเปล่า…!?

ที่มา dailymail via dek-d

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...