เมื่อวันพุธที่ 11 กรกฎาคม 2018 ที่ผ่านมาได้มีข้อมูลชุดหนึ่งถูกประกาศออกมาจากกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น ซึ่งกลายเป็นที่พูดถึงกันในสังคมญี่ปุ่นไป

ข้อมูลที่ว่านั้นเกี่ยวข้องกับการสำรวจสำมะโนประชากรประจำปี ซึ่งได้ผลออกมาว่าในญี่ปุ่นนั้นมีประชากรอาศัยอยู่ 125,209,603 คนเมื่อต้นปีนี้ ซึ่งเป็นจำนวนลดลงถึง 374,055 คนจากปีที่แล้ว

 

แต่ถึงจำนวนประชากรในประเทศจะลดลง

จำนวนประชากรในโตเกียวกลับเพิ่มขึ้นราวๆ 0.55%

 

อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าสนใจในข้อมูลชุดนี้นั้น ไม่ใช่ตัวเลยที่ลดลงของประชากรโดยรวม แต่เป็นการเพิ่มขึ้นของประชากรที่เป็นชาวต่างชาติต่างหาก

เพราะแม้ว่าประชากรในประเทศจะลดลง แต่จากผลการสำรวจปริมาณชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยในประเทศญี่ปุ่นได้เพิ่มจำนวนขึ้นถึง 7.5% จากปีที่แล้ว นั่นหมายความว่าในปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มากถึง 2,497,656 ราย

 

 

ตัวเลขที่ออกมานั้นมาจากชาวต่างชาติที่ได้รับวีซ่าที่มีระยะเวลานานกว่าสามเดือนเท่านั้น ซึ่งหลายความว่าตัวเลขจริงๆ ของชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศ ยังมีโอกาสที่จะสูงมากกว่าที่ได้ทำการสำรวจออกมา

ปริมาณของชาวต่างชาติในญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นมากในแทบทุกพื้นที่ของญี่ปุ่น โดยนอกจากจังหวัดนางาซากิแล้ว จังหวัดอื่นๆ ในประเทศล้วนแต่มีชาวต่างชาติเข้าไปอาศัยอยู่มากขึ้นทั้งสิ้น

 

 

แต่ถึงจะมีการรับชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศมากขึ้นแล้วก็ตาม อัตตราการเกิดของเด็กๆ ในประเทศญี่ปุ่นกลับยังตกต่ำไม่มีเปลี่ยนแปลง โดยจากการสำรวจของทางรัฐบาล ในปีหนึ่งจะมีเด็กถือกำเนิดขึ้นเพียง 948,398 รายซึ่งจัดว่าน้อยอย่างน่าใจหายสำหรับประเทศที่มีประชากรมากกว่าร้อยล้านคน

โดยโอกินาว่าเป็นเพียงจังหวัดเดียวในประเทศที่มีอัตตราการเกิดสูงกว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตในปีที่ผ่านมา

 

 

นี่อาจจะเป็นจุดวิกฤตของประเทศญี่ปุ่นแล้วก็เป็นได้ เพราะหากปล่อยปัญหาเหล่านี้ไว้ต่อไป ประเทศญี่ปุ่นจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หรืออาจจะกลายเป็นประเทศที่มีชาวต่างชาติเอามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากกว่าคนในประเทศก็เป็นได้

 

ที่มา soranews24jin115nikkei และกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารญี่ปุ่น

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...