เจมส์ เรืองศักดิ์ เล่าเรื่องราวซึ้งปนเศร้า กับการเป็นกำลังใจให้กับเด็กป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย

คอเพลงยุค 90 เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักนักร้องผู้มีชื่อว่า เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ คนนี้อย่างแน่นอน นักร้องหนุ่มหล่อผู้เป็นเจ้าของบทเพลงดัง ไม่อาจเปลี่ยนใจ, ชั๊บ ชั๊บ ชั๊บ, และ ข้าวมันไก่

ปัจจุบัน คุณเจมส์ นอกจากจะมีทัวร์คอนเสิร์ตแล้ว ก็ยังมีผลงานการแสดงมาให้แฟนๆ ที่ติดตามมานานได้ชื่นชมกันด้วย และยังเป็นว่าที่คุณพ่อลูก 4 ที่มีครอบครัวแสนอบอุ่นอีกด้วย

 

 

คุณเจมส์ ได้โพสต์เรื่องราวสุดซึ้งในชีวิตของเขาในอินสตาแกรมส่วนตัว กับเรื่องของการที่เขานั้นกลายเป็นกำลังใจให้กับหนูน้อยผู้ป่วยโรคมะเร็งเอาไว้ว่า

“20ปีที่แล้ว หลังเหตุการณ์เครื่องบินตก มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อ “น้องอาร์ม” เด็กน้อยชาวสุราษฏร์ ที่โชคดีเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตในเที่ยวบินนั้นกับผม… ครอบครัวของน้องเล่าว่า น้องอาร์มเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย…”

“วันเกิดเหตุเครื่องตกเป็นวันที่ครอบครัวตั้งใจจะพาน้องกลับไปบ้านเกิดเพื่อให้น้องได้จากไปอย่างสงบที่บ้านเกิดของตัวเอง…แต่โชคชะตาก็พลิกผัน…เมื่อน้องอาร์มกลับรอดอย่างปาฏิหาริย์ในครั้งนั้น..”

 

ข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เหตุการณ์เครื่องบินตก 11 ธันวาคม 2541

 

“ผมจำได้ว่าหลังเป็นข่าวได้สักพัก…สื่อก็ได้พูดถึงเด็กคนหนึ่งที่เขาอยากเจอพี่เจมส์เรืองศักดิ์มาก…ผมได้เจอน้องครั้งแรกที่ รพ เด็กในตอนนั้น…น้องยังเหมือนเด็กปกติ ยังเล่น ยังพูดคุยหัวเราะกับผมได้..น้องชอบเพลงชับ ชับ ชับ”

“วันนั้นเรายังร้องเพลงนี้กันลั่น รพ. ผมนำตุ๊กตาหมีใส่เสื้อสีฟ้า…ตัวโปรดของผมไปมอบให้น้องเพื่อเป็นกำลังใจให้น้องอาร์มที่ รพ ด้วย…”

 

 

“แต่หลังจากนั้นไม่นาน..ผมทราบข่าวว่ารัฐบาลเยอรมันรับน้องไปรักษาที่โน่นเป็นกรณีพิเศษ…ที่สถาบันมะเร็งที่มีชื่อเสียงของเยอรมัน เพราะข่าวน้องเป็นมะเร็งและรอดจากเครื่องบินตกโด่งดังไปทั่วโลก”

 

 

“และเเล้ววันนึง ผมก็ได้รับการติดต่อจากทางรัฐบาลเยอรมัน.ประสานผ่านรัฐบาลไทยว่า น้องอาร์มกำลังตกอยู่ในอาการโคม่าขั้นสุดท้าย…และน้องก็พูดแต่อยากพบ พี่เจมส์ เรืองศักดิ์ จนคุณหมอที่สงสัยว่าผมคือใคร”

“หมอมีความหวังว่าอาจเกิดปาฏิหาริย์หากผมได้มาพบน้อง…เหมือนที่เคยเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่งที่สถาบันมะเร็งแห่งนี้…เมื่อครั้งที่เด็กน้อยชาวเยอรมันป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย..และเขาอยากพบ นักมายากลเดวิด คอปเปอร์ฟิล…และเดวิดก็ไปพบ ทำให้เด็กคนนั้นอาการกลับมาดีขึ้น…”

 

 

“เมื่อทราบเรื่องผมจึงตัดสินใจอย่างไม่ลังเล…ที่จะบินหลาย ช.มไปพบน้องที่เยอรมัน (ทั้งๆที่ผมเองก็ยังอยู่ในช่วงหวาดผวา กับการขึ้นเครื่องบินอย่างหนัก เพราะเหตุการณ์เพิ่งผ่านมาไม่นานนัก)”

“ในภาพที่เห็นคือวินาทีที่ผมได้พบน้องที่นั่น…น้องขยับตัวไม่ได้แล้ว ชีพจรเกือบหยุดเเล้ว..ร่างกายแทบไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น..ตอบสนองแทบไม่ได้..แต่ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นช่วงสั้นๆ…เมื่อผมร้องเพลงชับชับชับ และลุกขึ้นเต้น ให้น้องดู”

 

 

“ชีพจรน้องกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง… เหมือนน้องดีใจที่ผมมาจริงๆ วันนั้นเป็นการร้องเพลง ชับชับชับ ครั้งแรก…ที่ผมเต้นและร้องอย่างสนุกสนานเพื่อหวังให้มีปาฏิหาริย์กับน้อง… ท่ามกลางน้ำตาของทุกคนในห้องพยาบาลวันนั้นรวมทั้งตัวผม” 

“จากนั้นไม่นานน้องก็สิ้นลมหายใจจากพวกเราไปอย่างสงบ…. ถ้าวันนี้อาร์มยังอยู่ เขาคงมีอายุราวๆ 20 ปลายๆ ผ่านมา 20 ปีแล้วแต่ผมยังไม่เคยลืมภาพเหตุการณ์ในวันนั้นเลย”

 

เรื่องราวที่คุณเจมส์โพสต์ เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่อ่านแล้วรู้สึกแอบเศร้า แต่คุณเจมส์ได้นำมาแบ่งปันเพื่อเป็นกำลังใจให้กับหลายๆ คนที่อาจจะกำลังท้อแท้ หากคุณมีความหวัง สิ่งที่เรียกว่าปาฏิหาริย์ก็อาจจะเกิดขึ้นจริงๆ สักวันอย่างแน่นอน

 

ที่มา jamesruangsak.co.th

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....