อะไรคือสิ่งที่จะตัดสินคนคนหนึ่งว่าเป็นฮีโร่ ความกล้าหาญอย่างนั้นหรือ? พลังเหนือมนุษย์ใช่หรือเปล่า? หรือว่าจะเป็นผ้าคลุมที่โบกไสว? ไม่ใช่หรอก…การที่คนเราจะเป็นฮีโร่ได้ไม่จำเป็นต้องมีพลังเหนือมนุษย์ หรือจิตใจที่กล้าหาญด้วยซ้ำ ขอเพียงแค่สิ่งที่คุณทำได้ช่วยเหลือใครสักคนหรืออะไรบางสิ่งไว้ เท่านั้นก็มากพอที่จะให้คุณเป็นฮีโร่ได้แล้ว

นี่คือเรื่องราวของฮีโร่ผู้ได้รับฉายาว่า “ชายผู้มีแขนทองคำ” เขาคือ James Harrison ชายสูงอายุวัย 81 ปีชาวออสเตรเลีย ชายผู้ช่วยชีวิตเด็กๆ กว่า 2 ล้าน 4 แสนคน ด้วยการบริจาคเลือดอย่างต่อเนื่องแทบทุกสัปดาห์ เป็นเวลากว่า 60 ปี

 

 

เลือดของ Harrison นั้นมีความพิเศษ ในเลือดของเขานั้นมีแอนติบอดีต่อต้านโรค ซึ่งสามารถใช้ในการสร้างยาที่เรียกว่า Anti-D ซึ่งมีความสามารถในการต่อต้านโรค Rhesus ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่เม็ดเลือดของแม่เข้าทำร้ายทารกในครรภ์ได้

วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของ Harrison นั้น เริ่มมาจากการผ่าตัดครั้งใหญ่ที่หน้าอก เมื่อตอนที่เขาอายุได้เพียง 14 ปี เขารอดชีวิตจากการผ่าตัดครั้งนั้นด้วยเลือดที่มีผู้บริจาคเข้ามาให้แก่โรงพยาบาล ดังนั้นเขาจึงสาบานกับตัวเองว่าจะมาเป็นผู้บริจาคเลือดเมื่อหายดี

 

 

หลายปีต่อมาหลังจากวันนั้น ทีมแพทย์ก็พบว่าเลือดของเขานั้นมีแอนติบอดีพิเศษ ทำให้เขาเปลี่ยนมาบริจาคเลือดพลาสมา (หรือที่เรียกว่าน้ำเลือด) เพื่อที่จะช่วยเหลือชีวิตให้มากที่สุด

ไม่มีใครรู้ว่าเลือดแบบพิเศษของเขามาจากไหน แต่หลายๆ คนเชื่อว่ามันมาจากการผ่าตัดเมื่อตอนที่เขาอายุ 14 ปี และเขาคือหนึ่งในชาวออสเตรเลียไม่ถึง 50 คนที่มีเลือดแบบพิเศษอันนี้

เลือดของ Harrison ถูกนำไปทำวัคซีนที่ฉีดให้แก่คุณแม่ในออสเตรเลียมากกว่าสามล้านเข็มตั้งแต่ในปี 1967 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และแม้แต่ลูกสาวของเขาเองก็ได้ฉีดวัคซีนจากเลือดของคุณพ่อที่ว่านี้เช่นกัน

Harrison บอกว่า “มันเป็นสิ่งที่ทำให้หลานคนที่สองของผมเกิดมาแข็งแรงดี และนั่นทำให้ผมรู้สึกดีที่ได้ช่วยชีวิตใครสักคน และใครๆ อีกหลายคนที่ผมไม่รู้จัก” 

 

 

Harrison ได้รับรางวัลมากมายจากสิ่งที่เขาทำมาตลอด 60 ปี และนั่นรวมถึง Medal of the Order of Australia หนึ่งในรางวัลเกียรติยศที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ อย่างไรก็ตามกฎหมายของออสเตรเลียจะอนุญาตให้ประชาชนทำการบริจาคเลือดได้จนถึงอายุ 61 ปีเท่านั้น

ซึ่งนั่นหมายความว่าการทำหน้าที่ฮีโร่ของชายผู้มีแขนทองคำ James Harrison นั้นได้จบลงแล้ว และนั่นหมายความว่าวัคซีนป้องกันโรค Rhesus จะกลับมาขาดแคลนอีกครั้ง

 

 

“สิ่งที่เราทำได้ก็คือหวังว่าจะมีใครสักคนที่มีจิตใจดีมากพอที่จะมารับหน้าที่ต่อ และเสียสละมากพอในแบบที่เขาทำ” Jemma Falkenmire จากหน่วยบริการโลหิต Australian Red Cross กล่าว

 

นี่อาจจะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ฮีโร่คนใหม่ ที่จะมารับไม้ต่อจาก Harrison เลยก็ว่าได้

แต่คนคนนั้นจะเป็นใคร? เขาคนนั้นมีตัวตนอยู่หรือไม่? ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป

 

ที่มา cnn

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...