Jaimie Wilson ชาวเมือง Ann Arbor รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้มีพรสวรรค์ในเรื่องของศิลปะ เขาเป็นนักดนตรีและดีเจที่กำลังประสบความสำเร็จ ด้วยวัยเพียง 21 ปีเพียงเท่านั้น

ดูภายนอกเขาก็คงจะเหมือนกับชายหนุ่มทั่วไปที่มีความใฝ่ฝันจะเป็นนักดนตรีแล้วประสบความสำเร็จ แต่รู้หรือไม่ว่าเขานั้นไม่ใช่ผู้ชายแท้ๆ เขาคือชายข้ามเพศผู้ที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคหลายสิ่งหลายอย่างก่อนที่จะมาถึงจุดจุดนี้ได้

 

 

เขาได้ออกมาเล่าเรื่องราวของชีวิตอันแสนจะสุดทรหดของเขา เริ่มมาจากที่เขาเกิดในครอบครัวที่ออกแนวอนุรักษนิยมและหัวโบราณมากๆ ทางครอบครัวค่อนข้างที่จะแอนตี้เรื่องการข้ามเพศ และเขาก็ถูกสั่งสอนให้อยู่ในระเบียบกฎเกณฑ์เสมอมา

 

 

พอก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น Jaime ก็เริ่มรู้สึกว่าสภาพจิตใจของเขานั้นไม่ใช่ผู้หญิงตามสภาพร่างกายที่เป็นอยู่เมื่อเขาอายุได้ 15 ปี แต่ก็ต้องเก็บซ่อนความเป็นตัวตนของเขาเอาไว้ไม่ให้ทางครอบครัวรู้

.

 

แต่เมื่อเขาอายุ 18 ปี เขาก็เริ่มที่จะเก็บความเป็นตัวตนที่แท้จริงไม่ไหว เขาก้าวเข้าสู่ชีวิตในช่วงมหาวิทยาลัยและได้ออกมาเผชิญกับโลกภายนอกและเริ่มรู้สึกว่าการได้อยู่คนเดียว เขาสามารถจะแต่งตัวและเป็นตัวของตัวเองได้ตามอย่างที่ต้องการ

เขาเริ่มค้นหาตัวเองและพบว่าสิ่งที่เขาชื่นชอบมากที่สุดนั่นก็คือ ดนตรี  มันเป็นพรสวรรค์ที่ติดตัวมาและทำให้เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่กับมัน

 

 

เขาเริ่มเดินตามทางชีวิตของตัวเองด้วยการเปลี่ยนแปลงร่างกายตัวเองให้เป็นตามเพศที่เขาอยากจะเป็นด้วยการเพิ่มฮอร์โมนเพศชายในร่างกายและปรับบุคลิกภาพให้เป็นผู้ชายอย่างเต็มตัว

 

 

แน่นอนว่าทางครอบครัวของเขาจะต้องแอนตี้เรื่องนี้ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดูเศร้าเมื่อเขาถูกครอบครัวตัดขาดเพราะยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นไม่ได้ มันรู้สึกเหมือนกับเขาสูญเสียทุกอย่างในชีวิตไปเพียงเพราะสิ่งที่เขาเป็น

แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเขาจะถูกตัดขาดจากครอบครัวแต่เขาก็ไม่ได้โกรธหรือเกลียดครอบครัวของเขาเลย และหวังว่าสักวันหนึ่งครอบครัวจะยอมรับเรื่องนี้ได้และกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง แต่ว่าเขาก็ยังมีครอบครัวชาว LGBT คอยสนับสนุนและให้กำลังใจเขาอยู่เสมอ

 

.

 

ตอนนี้ร่างกายของ Jaimie พร้อมที่จะได้รับการแปลงเพศให้กลายเป็นผู้ชายเต็มตัวแล้ว อีกทั้งยังประสบความสำเร็จในฐานะนักดนตรีและดีเจที่มีชื่อเสียงระดับหนึ่ง

ซึ่งเขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าคุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์ไม่ได้อยู่ที่เพศแต่เป็นสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุขกับมันในชีวิตต่างหาก

 

.

.

.

 

ที่มา unilad

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...