สำหรับสาวๆ ที่มีอาการคันระคายเคืองบริเวณจุ๋มจิ๋ม ซึ่งนอกจากจะสร้างความหงุดหงิดน่ารำคาญแล้ว มันยังบ่งบอกถึงอาการที่น่ากังวลอีกด้วย

ในขณะที่อาการคันเหล่านั้นอาจจะเกิดมาจากหลายสาเหตุ บางอันอาจดูน่ากลัว แต่อย่าเพิ่งตกใจไปเพราะแต่ละสาเหตุนั้นย่อมมีวิธีแก้ไข

 

 

1. เชื้อราในช่องคลอด

ปัญหา: โรคเชื้อราในช่องคลอดนั้นเป็นสาเหตุอาการคันที่พบได้ทั่วไปมากที่สุด “การติดโรคเชื้อรานั้นจะเกิดขึ้นเมื่อระบบภายในของอวัยวะเพศนั้นสูญเสียสมดุล ทำให้มีการเจริญเติบโตของเชื้อราประเภท Candida Albicans มากเกินไปDr. Peter Rizk นักสูตินรีเวชวิทยาของศูนย์สุขภาพ Fairhaven กล่าว

เขากล่าวว่า “ในการที่จะบอกได้ว่ามีอาการของโรคเชื้อราในช่องคลอดหรือไม่นั้น คุณจะรู้สึกถึงอาการปวดแสบปวดร้อนในขณะปัสสาวะ หรือขณะที่มีเพศสัมพันธ์ และอาจมีก้อนของเหลวสีขาวไหลออกมาด้วย

วิธีรักษา: โรคเชื้อราในช่องคลอดนั้นโดยปกติแล้วจะรักษาด้วยการฆ่าเชื้อรา ซึ่งยานั้นสามารถซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป หรือได้รับจากใบสั่งแพทย์ และที่สำคัญคือควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะวินิจฉัยโรคของตัวเอง

 

2. ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย

ปัญหา: ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียนั้นเป็นอาการที่พบได้บ่อยพอๆ กับโรคเชื้อราในช่องคลอดที่ทำให้เกิดอาการคัน แต่สาเหตุนั้นไม่ได้มาจากเชื้อรา แต่มาจากแบคทีเรียนั่นเอง ซึ่งอาจมาพร้อมกับการตกขาว ทำให้เกิดอาการแสบร้อนและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์

วิธีรักษา: ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียนั้นต้องได้รับการตรวจสอบและรักษาจากแพทย์ ซึ่งอาจจะได้รับยาปฏิชีวนะมาทาน

 

3. ความอับชื้น

ปัญหา: ที่ลับอับชื้นนั้นไม่ได้ทำแค่ให้เกิดความไม่สะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังนำไปสู่อาการคันอันไม่พึงประสงค์อีกด้วย ซึ่งสาเหตุความอับชื้นอาจเกิดมาจากหลายสาเหตุเช่น การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่แบบเบาๆ หรือการที่ใส่ชุดชั้นในที่ไม่ระบายอากาศและไม่เปลี่ยนเป็นเวลานานๆ

วิธีรักษา: ระบายอากาศบริเวณอวัยวะเพศบ่อยๆ สวมใส่ชุดชั้นในที่ทำมาจากผ้าที่สามารถระบายอากาศได้สะดวก และหมั่นเปลี่ยนชุดชั้นในหลังจากออกกำลังกายหรือเมื่อมีเหงื่อไหล

 

4. โรคติดต่อทางผิวหนัง

ปัญหา: อาการคันระคายเคืองนั้นอาจมีสาเหตุง่ายๆ มาจากการใช้ผลิตภัณฑ์บางอย่างเช่น สบู่หรือน้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นเวลานานๆ ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังที่บอบบางนั้นเกิดความเสี่ยงในการเกิดอาการระคายเคืองหากสัมผัส

วิธีรักษา: การแก้ปัญหานั้นอาจจะต้องลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ต้องสัมผัสกับอวัยวะเพศเพื่อสังเกตอาการระคายเคือง หรือปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจอาการแพ้ผลิตภัณฑ์

 

5. อายุ

ปัญหา: เมื่อมีอายุมากขึ้น โครงสร้างร่างกาย อวัยวะต่างๆ รวมไปถึงผิวหนังก็ย่อมเสื่อมสภาพลง ซึ่งอาจจะพบเห็นได้ชัดบริเวณใบหน้า แต่บริเวณอวัยวะเพศนั้นก็เป็นผิวหนัง จึงมีการเสื่อมสภาพด้วยเช่นกัน เมื่อมีอายุมากขึ้น ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะต่ำลง ทำให้ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศนั้นบางลง ทำให้เสี่ยงต่ออาการแทรกซ้อน เช่นรู้สึกปวดแสบปวดร้อน หรือเสี่ยงต่อการฉีกขาด

วิธีรักษา: แพทย์นั้นสามารถให้ยาที่มาทดแทนฮอร์โมนเอสโตรเจนเพื่อบรรเทาอาการคันบริเวณใต้ร่มผ้า

 

6. โรคภูมิเพี้ยน

ปัญหา: โรคภูมิเพี้ยนนั้นคือผื่นประเภทหนึ่งที่จะเกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลเป็นหรือมะเร็งผิวหนังได้

วิธีรักษา: อาการนี้ต้องได้รับการปรึกษาจากแพทย์ ซึ่งจะได้รับยา Topical Corticosteroid มาเพื่อทาบริเวณที่เป็นผื่น

 

หากพบอาการเหล่านี้ ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์นะ จะได้รักษาได้อย่างถูกต้อง

ที่มา Sheknows

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...