อาชีพก่อสร้างเป็นอาชีพที่เต็มไปด้วยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทั้งโดยคาดคิดและไม่คาดคิด และเชื่อว่า Sanjay Bahe ต้องจดจำเหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจไปตลอดชีวิตจากอุบัติเหตุที่เขาเจอ…

 

 

คำเตือน: รูปภาพประกอบอาจแสดงเนื้อหาที่มีความรุนแรง

 

 

Sanjay เป็นหนุ่มชาวบังกลาเทศวัย 21 ปี ลูกจ้างของบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างในประเทศอินเดีย เขาถูกแท่งเหล็กเสียบเข้าที่ศีรษะขณะกำลังปฏิบัติงานตามปกติ

 

 

ขณะเกิดเหตุ Sanjay อยู่ในระหว่างการซ่อมแซมบ่อแห่งหนึ่ง ซึ่งก่อนที่เขาจะโดนเหล็กเสียบทะลุนั้น เขาได้ตกลงไปในบ่อโดยไม่ตั้งใจ ส่งผลให้ก้านเหล็กเจาะทะลุศีรษะของเขา

แต่ทว่าเขายังไม่ตาย….

เขาถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาล B.J. ซึ่งเป็นโรงยาบาลที่ใกล้ที่สุดในเมืองกอนเดีย ก่อนที่แพทย์จะทำการดึงแกนเหล็กออกมาอย่างระมัดระวัง และพวกเขาก็ได้พบกับสิ่งที่น่าตกใจ

 

 

การวินิจฉัยพบว่า แกนเหล็กเสียบทะลุเข้าไปในกะโหลกศีรษะของ Sanjay ผ่านบริเวณขมับขวาของสมอง และทะลุออกจากบริเวณหน้าผากด้านซ้าย ทว่าแกนเหล็กกลับไม่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเขาแต่อย่างใด

เขารอดชีวิตจากอุบัติเหตุอันร้ายแรงในครั้งนี้ได้โดยไม่มีผลกระทบร้ายแรงเลย

 

อย่างไรก็ตาม การถอดวัตถุแปลกปลอมออกจากกะโหลกศีรษะนั้นต้องกระทำด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

 

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทศัลยแพทย์ทั้งหมดได้เข้าร่วมการผ่าตัดในครั้งนี้ นำทีมโดย Dr. Pramod Giri ซึ่งใช้เวลาในการผ่าตัดถึง 90 นาที

และขณะผ่าตัดนั่นเองที่ Sajay มีสภาวะความดันโลหิตต่ำ ซึ่งอันตรายกว่าที่ทีมแพทย์ได้ประเมินไว้

แต่ในท้ายที่สุด เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2019 สื่อต่างประเทศรายงานว่าเขาฟื้นกลับสู่สภาวะปกติได้สำเร็จ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านระบบประสาทสำหรับการผ่าตัดครั้งต่อไป

หลังจากแกนเหล็กถูกนำออกจากศีรษะของ Sajay แล้ว พบว่าสมองของเขามีภาวะสมดุลเป็นปกติ เป็นความโชคดีที่เขารอดพ้นจากเหตุการณ์อันน่าหวาดเสียวนี้โดยยังมีชีวิตและไม่ได้รับผลกระทบที่ร้ายแรง

 

 

Dr. Pramod อธิบายว่า “แกนเหล็กนั้นอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตรจากเส้นเลือดใหญ่ในสมองของผู้ป่วย ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าทำไมถึงมีเลือดออกน้อยมากขณะเกิดอุบัติเหตุ”

“ภาวะแทรกซ้อนอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในกรณีนี้คืออาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โชคดีที่ผู้ป่วยมีอาการปกติหลังการผ่าตัด  โดยทางเราก็ดูแลและป้องกันการเกิดอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบอย่างเต็มที่เช่นกัน”

 

ที่มา: allthatsinteresting, dailymail

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...