หากเพื่อนๆ ยังจำกันได้ เมื่อราวๆ ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เหล่านักวิทยาศาสตร์บนเรือ Agulhas II ที่ไปสำรวจก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ขั้วโลกใต้ได้เตรียมทำการตามหาเรือ The Endurance ของนักเดินเรือชื่อดัง Ernest Shackleton ที่จมหายไปในทะเลเวดเดลล์ เมื่อปี 1915

(อ่านข่าวเก่าได้ที่ นักวิทย์เตรียมสำรวจเรือของ Ernest Shackleton หลังจมอยู่ที่ทะเลเวดเดลล์มากกว่า 100 ปี)

 

 

ในเวลานั้นแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ตั้งความหวังว่าการค้นหาครั้งนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็จริงอยู่ แต่เชื่อว่าคงจะไม่มีใครคิดหรอกว่าในเพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังจากที่การค้นหาเริ่มขึ้น ทีมนักวิทยาศาสตร์ก็ต้องออกมาล้มเลิกโปรเจกต์ค้นหาในครั้งนี้เสียแล้ว

นั่นเพราะหลังจากที่เริ่มสำรวจไปได้เพียงไม่นาน ทีมนักวิทยาศาสตร์ก็พบว่าสภาพอากาศในทะเลน้ำแข็งนั้นจู่ๆ ก็ย่ำแย่ลงกว่าที่ควรเป็น จนนำไปสู่การสูญหายของ AUV7 ยานพาหนะใต้น้ำแบบไร้คนขับที่พวกเขาใช้ในการสำรวจ

 

หนึ่งใน AUV ที่มีการใช้งานในการสำรวจครั้งนี้

 

AUV7 ถูกรับบุไว้ว่าขาดการติดต่อไปหลังจากทำการค้นหาเรือ The Endurance ในพื้นที่มหาสมุทรใต้น้ำแข็งไปได้ราวๆ 30 ชั่วโมง โดยคาดกันว่าน่าจะโดนกระแสน้ำที่รุนแรงขึ้นเพราะสภาพอากาศพัดจนหายไป หรือไปติดกับน้ำแข็งแล้ว

จากการเปิดเผยของทีมนักวิทยาศาสตร์ ทะเลเวดเดลล์ซึ่งเรือ The Endurance หายไปนั้นเดิมทีก็เป็นสถานที่ที่มีสภาพอากาศเลวร้ายที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอยู่แล้ว ดังนั้นตอนที่พวกเขาประกาศการค้นหา คนทั่วโลกจึงให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตามการสภาพอากาศที่ว่านี้เองก็ทำให้ความหวังที่จะเกิดกู้ AUV7 กลับมานั้นริบหรี่จนแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะนอกจากจะไม่ทราบว่ากระแสน้ำพัด AUV7 ไปที่ไหนแล้ว การฝืนค้นหายังอาจทำให้เรือ Agulhas II ที่พวกเขาโดยสารมาเสียหายไปด้วย

 

เรือ Agulhas II เรือที่ใช้ในการสำรวจทะเลขั้วโลกใต้ในครั้งนี้

 

ดังนั้นแม้ว่าจะเป็นเรื่องน่าเสียดายก็ตามแต่ทางนักวิทยาศาสตร์ก็จำเป็นที่จะต้องยกเลิกโปรเจกต์เกี่ยวกับการค้นหาทั้งหมดไปอย่างช่วยไม่ได้

และนับว่าเป็นความโชคดีในโชคร้ายมากที่อุปกรณ์ที่พวกเขาใช้เป็นอุปกรณ์แบบไร้คนขับ ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จึงไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่คนเดียว

 

ที่มา foxnewsbbc และ cnn

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...