สาระดีๆ กับ 10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “ความลับของการประกันภัย” ที่ไม่ควรพลาด!!

การซื้อประกันภัยให้กับรถยนต์นั้น ถือว่าเป็นการซื้อความสบายใจ เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ความเสียหายจะมีมากแค่ไหน แต่ก็พลาดเจ็บกันมาเยอะเพราะไม่ได้อ่านสัญญาที่อยู่ในกรมธรรม์ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก ขอแค่มีประกันภัยไว้ก่อน จึงไม่รู้ถึงสิทธิประโยชน์ของตัวเองหลังจากซื้อกรมธรรม์แล้ว มีความลับอีกมากที่อยู่ในเงื่อนไขของการประกันภัย แต่เราไม่เคยใส่ใจกันซักเท่าไหร่ จะมีอะไรบ้าง ตามมาอ่านกัน!!

 

insurance

1. กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์จะมีผลทันทีเมื่อชำระเบี้ยประกันภัยให้กับบริษัทรวมไปถึงนายหน้าผู้เอาประกันด้วย แม้จะซื้อผ่านนายหน้าแต่มีใบเสร็จรับเงินก็ถือว่าได้รับความคุ้มครองแล้ว

2. หากรถได้รับความเสียหายจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ บริษัทต้องจ่ายเงินให้แก่ผู้เอาประกันเต็มทุนประกัน และรถคันนั้นจะตกเป็นทรัพย์สินของบริษัทประกันภัยทันที

3. ค่าใช้จ่ายส่วนแรก ในกรณีไม่มีคู่กรณีจะจ่ายเพียง 1,000 บาท หากคนอื่นเอาไปขับแล้วเกิดความเสียหาย จะต้องจ่าย 6,000 บาท

4. ค่าอะไหล่ที่เกิดจากการซ่อม ผู้เอาประกันสามารถเรียกร้องเป็นเงินตามราคาประเมินเพื่อไปจัดหาเองได้

5. รถมีการติดตั้งระบบก๊าซ NGV หรือ LPG จะต้องแจ้งให้ทางบริษัททราบ เพราะหากเกิดเหตุและรถคันเอาประกันเป็นฝ่ายผิด ความคุ้มครองอาจจะไม่สมบูรณ์

6. หากรถคู่กรณีที่ไม่มีประกันภัยและคุณเป็นฝ่ายถูก ควรจะตรวจสอบรายงานอุบัติเหตุนั้นที่บริษัทประกันด้วยว่าเราเป็นฝ่ายถูกจริงๆ เพื่อผลประโยชน์

7. บริษัทประกันภัยมีหน้าที่การดูแลขนย้ายรถที่เสียหายเนื่องจากอุบัติเหตุเพื่อไปซ่อมที่อู่ ไม่ว่าจะย้ายไปที่ไหนจนกว่าจะซ่อมเสร็จ บริษัทประกันภัยจะต้องรับภาระส่วนนี้ แต่ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าซ่อม

8. กรณีเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นฝ่ายถูกหรือผิด ไม่จำเป็นต้องเซ็นรับผิดในใบเครม เป็นหน้าที่ของบริษัทประกันภัยจะไปทำการตกลง

9. หากชนคนแล้วอย่าหนี ให้ช่วยเหลือคนเจ็บ และถ่ายรูปหลักฐานไว้ เพราะศาลจะพิจารณาจากความมีน้ำใจในการช่วยเหลือ สามารถลดโทษได้และตกลงค่าเสียหายได้ แต่ถ้าหนี ติดคุกแน่นอน!!

10. ประกันภัยจะไม่คุ้มครองในขณะที่รถของคุณถูกลากจูง รวมไปถึงขับรถในขณะที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่น้อยกว่า 150mg% และขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ เว้นแต่กรณีที่ทำประกันประเภทระบุชื่อคนขับ และความเสียหายนั้นเกิดขึ้นในขณะที่คนระบุชื่อเป็นผู้ขับขี่

ที่มา : sanook

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE
จิ้วๆๆๆๆๆๆ

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....