การทำแท้งเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในสังคมมาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเรื่องของความเหมาะสม สิทธิของสตรี หรือสิทธิ์ในการมีชีวิตของเด็กในท้อง

อย่างไรก็ตามการถกเถียงเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่สามารถจบลงได้ง่ายๆ เมื่อที่ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2018 มีเด็กสาววัย 15 ปีคนหนึ่งถูกศาลสั่งจำคุก จากการที่เธอไปทำแท้ง หลังจากถูกพี่ชายของตัวเองข่มขืน

 

 

แม้ว่าที่อินโดนีเซียจะมีกฎหมายห้ามทำแท้ง แต่ก็มีข้อยกเว้นให้ในกรณีที่ชีวิตของผู้เป็นแม่จะตกอยู่ในอันตราย หรือในกรณีที่ผู้เป็นแม่ถูกข่มขืนมา อย่างไรก็ตามข้อยกเว้นเหล่านี้จะส่งผลในกรณีที่มีการทำแท้งกับแพทย์มืออาชีพ อายุครรภ์ไม่เกินกว่า 6 สัปดาห์ และผู้หญิงมีการเข้ารับการปรึกษาโดยตรงจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น

ซึ่งนั่นทำให้เด็กสาวผู้ที่ไปทำแท้งเมื่ออายุครรภ์ได้ 6 เดือนต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลาหกเดือน ในขณะที่พี่ชายวัย 17 ปีผู้ลงมือข่มขืนเธอ ถูกศาลสั่งจำคุก 2 ปีในข้อหาพรากผู้เยาว์

 

หากจะทำแท้งได้อย่างถูกกฎหมายอายุครรภ์ต้องไม่เกินกว่า 6 สัปดาห์

 

การตัดสินในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทางตำรวจพบร่างของไร้ศีรษะของทารกถูกทิ้งอยู่ที่ฟาร์มเพาะปลูกปาล์มน้ำมันที่เมืองจามบี ดูเหมือนว่าเด็กสาวจะถูกข่มขืนโดยพี่ชายของเธอเป็นจำนวน 8 ครั้งในช่วงเดือนกันยายน 2017 ก่อนที่แม่ของเธอจะพบว่าเธอท้องและช่วยเหลือเธอในการทำแท้ง

การตัดสินของศาลในครั้งนี้ทำให้มีเสียงเรียกร้องจากหลายๆ ฝ่ายที่บอกว่าเด็กสาวผู้ถูกข่มขืนนั้นไม่ควรจะถูกตัดสินจำคุก เนื่องจากเธอนั้นเป็นเพียงเหยื่อของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามในเวลานี้พี่น้องทั้งสองคนได้ถูกส่งตัวไปยังสถานพินิจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนหญิงสาวผู้เป็นมารดากำลังถูกสอบสวนในข้อหาสมรู้ร่วมคิดและอำนวยความสะดวกในการทำแท้งอย่างผิดกฎหมายต่อไป

 

 

ที่มา straitstimesabcnewsnextsharkasiaone

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...