สำหรับหนุ่มสาวชาวออฟฟิศแบบเรา คงเข้าใจกันดีว่าการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นั้นมันล้าขนาดไหน ล้าทั้งใจ ล้าทั้งกาย และที่สำคัญดวงตาน้อยๆ ของเราก็ถูกใช้งานอย่างหนัก

ดังนั้นหนุ่มสาวทุกคนควรจะหันมาใส่ใจสุขภาพของดวงตากันมากขึ้น ซึ่งหากคุณกำลังมองหาวิธีดูแลสุขภาพตาอยู่ล่ะก็ เราก็มี “10 วิธีการบำบัดสายตา” ที่คนทำงานหนักอย่างเราๆ ต้องรู้มาฝากกันล่ะ…

 

1. หลีกเลี่ยการใช้งานสายตาหนักๆ ในระหว่างวันคุณควรพักสายตาซักนาที แค่นี้ก็พร้อมจะสู้งานต่ออีกแล้วล่ะ

2. ภาพด้านล่างคือเทคนิคการบริหารสายตา ลองกรอกตาตามสัญลักษณ์ลูกศรดูสิ

 

 

3. หากคุณต้องใส่แว่นตาในชีวิตประจำวันเสมอ ควรที่จะถอดออกบ่อยๆ เพื่อพักสายตาบ้างนะ

4. หากคุณรู้สึกเมื่อยล้าสายตา ก็สามารถลองนวดได้ตามจุดในภาพนี้เลย

 

5. เมื่อคุณมีโอกาสได้ออกไปเดินในที่โล่ง คุณควรที่จะมองในระยะไกลบ้างเพื่อเป็นการฝึกสายตา แทนที่จะก้มมองแต่เท้าของตัวเอง

6. น้ำแครอทช่วยบำรุงสายตาของคุณได้ดีจริงๆ นะ แต่เคล็ดลับที่ดีกว่าคือการหยดน้ำมันมะกอกลงไปซักหยด ก็จะช่วยให้คุณดูดซึมคุณประโยชน์ในน้ำแครอทได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

7. หากคุณรู้สึกระคายเคืองตาคุณสามารถใช้น้ำว่านหางจระเข้แทนการใช้น้ำยาหยอดตาได้ แต่อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้วิธีการรักษาแบบธรรมชาตินี้

 

 

8. เมื่อดวงตาของคุณรู้สึกเหนื่อยล้า ให้ล้างด้วยน้ำอุ่นดู ก็จะรู้สึกดีขึ้นมาทันที

9. พยายามอย่ามองหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน

10. การบริหารสายตาอีกอย่างจากอินเดียที่เรียกว่า Trataka Exercise ที่เป็นการกำหนดสายตาและจิตใจไปที่วัตถุหนึ่ง สามารถช่วยให้สายตาและใจจับจุดโฟกัสได้ดีขึ้น ใครอยากรู้ว่าทำยังไง อ่านต่อด้านล่างได้เลยค่ะ

 

วิธีปฏิบัติ Trataka Exercise

นั่งหันหน้าไปทางวัตถุที่อยู่นิ่งๆ และนั่งอยู่ในพื้นที่โล่ง มุ่งเน้นดวงตาของคุณและทุกความสนใจไปที่วัตถุนั้น พยายามไม่กระพริบตา คุณควรมุ่งมั่นและตั้งใจ ภาพของวัตถุดังกล่าวจะอยู่ในใจและความทรงจำของคุณ

จากนั้นปิดตาของคุณและมุ่งความสนใจไปที่ช่องว่างระหว่างคิ้ว พยายามเก็บภาพของวัตถุไว้ในหัวของคุณให้นานที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ ทำเช่นนี้ประมาณ 10 นาที

จุดมุ่งหมายของการทำแบบนี้ก็เพื่อให้เกิดภาพที่ชัดเจน ก่อนที่ดวงตาของคุณจะเหนื่อยล้านั่นเอง

 

 

เรื่องของสายตา ควรดูแลกันตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มสาว อย่าละเลยกันนะเพื่อนๆ

ที่มา brightside

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...