การถูกพรากจากคนที่เรารักเป็นสิ่งที่หลายๆ คนคิดว่ามันเลวร้ายอย่างมาก แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวคนนี้มันกลับเลวร้ายยิ่งไปกว่านั้นอีก เพราะเธอต้องถูกกักขังเอาไว้นาน 25 ปี เพียงเพราะแม่ของเธอไม่ถูกใจผู้ชายที่เธอเลือกเท่านั้นเอง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับหญิงสาวชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อว่า Blanche Monnier เธอคือสาวสวยจากชนชั้นสูงในกรุงปารีส และครอบครัวของเธอก็เป็นที่นับหน้าถือตาอย่างมาก

 

Blanche หญิงสาวที่ถูกกักขังไว้นานถึง 25 ปี

 

ในปี 1876 ตอนนั้น Blanche อายุได้ 25 ปี เธอตกหลุมรักกับทนายความที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ กัน และเธอก็ต้องการจะแต่งงานกับชายคนนี้

แต่ความต้องการของเธอกลับต้องถูกขัดขวางเอาไว้ เมื่อแม่ของเธอรู้สึกไม่ปลื้มทนายความคนดังกล่าว และมองว่าเป็นเพียงแค่ชายที่น่าสมเพชคนหนึ่ง

คุณแม่จึงทำทุกวิถีทางเพื่อกีดกันความรักของทั้งสอง ใช้สารพัดกลอุบายหลอกล่อ Blanche ไปต่างๆ นานา หวังให้ลูกสาวของตัวเองเปลี่ยนใจไปหาชายคนใหม่ที่ดีกว่านี้ แต่ก็ไม่สำเร็จ ลูกสาวของเธอยังคงตั้งใจที่จะแต่งงานกับชายคนนี้ให้ได้

 

 

แต่ในขณะที่แม่ลูกกำลังอยู่ในช่วงที่ขัดแย้งกันอยู่นั้น จู่ๆ Blanche ก็หายหน้าไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่มีใครได้เจอเธออีกเลย แม้แต่เพื่อนสนิทของหญิงสาวก็ไม่รู้ว่าเธอหายไปไหน

ในตอนนั้นแม่และน้องชายของเธอรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก แต่เพียงไม่นานทั้งสองก็กลับมาใช้ชีวิตกันไปตามปกติ และทุกคนก็ได้หลงลืมหญิงสาวที่ชื่อว่า Blanche ไปจนหมด

วันเวลาผ่านไป ไม่มีใครรู้ได้เลยว่าเธอคนนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง จนกระทั่งในปี 1901 อัยการสูงสุดแห่งกรุงปารีสได้รับจดหมายจากบุคคลนิรนาม โดยมีเนื้อความว่า

“เรียนอัยการสูงสุด เป็นเกียรติอย่างมากที่ผมจะได้แจ้งข้อมูลให้ท่านทราบถึงเหตุการณ์ร้ายแรง ผมกำลังพูดถึงสาวโสดที่ถูกขังอยู่ในบ้านของคุณนาย Monnier ซึ่งตอนนี้เธออยู่ในสภาพร่อแร่ท่ามกลางกองขยะมานานถึง 25 ปี ด้วยความโสมมของตัวเธอเอง”

 

 

เรื่องราวในจดหมายสร้างความตกใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างมาก เพราะคุณนาย Monnier (แม่ของ Blanche) เป็นคนที่หลายๆ คนเคารพนับถือ เป็นครอบครัวชนชั้นสูง และทำผลงานในการช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด

หลังจากที่ได้รับจดหมายแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ถูกส่งไปตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว แม้ว่าในตอนแรกพวกเขาจะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าไปด้านใน แต่ท้ายที่สุดตำรวจก็ตัดสินใจพังประตูเข้าไป และช่วยกันค้นหาทุกซอกทุกมุมของบ้าน

แล้วพวกเขาก็ได้พบกับห้องเล็กๆ ห้องหนึ่งบนชั้นสองของบ้าน กลิ่นเหม็นเน่าลอยออกมาจากห้องนั้น เมื่อรื้อหน้าต่างห้องออกมา ทุกคนจึงได้พบกับ Blanche Monnier หญิงสาวที่หายตัวไปเป็นเวลานานถึง 25 ปี

 

 

Blanche ในตอนนนั้นแทบจะไม่เหลือความเป็นมนุษย์อีกแล้ว เธอรู้สึกหวาดกลัวเมื่อได้เห็นคนที่เข้ามาช่วยเหลือ ราวกับเธอไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์มาก่อน

ตอนที่พบตัวหญิงสาว เธอมีอายุได้ 50 ปีแล้ว แต่มีน้ำหนักเพียงแค่ 22 กิโลกรัม เธอขาดสารอาหารเพราะได้กินแต่อาหารเหลือจากแม่ของเธอ ห้องที่เธออยู่ไม่มีแสงสาดเข้าไปได้เลย แถมเธอยังตัดขาดจากโลกภายนอก อยู่คนเดียวมาโดยตลอด

ภายในห้องมีแค่ฟูกเปื่อยๆ ให้เธอนอน รอบข้างเต็มไปด้วยเศษอาหารจำนวนมากที่ก่อขึ้นมาล้อมรอบเธอไว้ เต็มไปด้วยหนูและแมลงวิ่งกันยั้วเยี้ย กลิ่นเหม็นเน่าของห้องที่ไม่เคยทำความสะอาดเลย ทำให้เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยเหลือเธอออกมาถึงกับทนไม่ไหว ไม่สามารถตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุต่อไปได้เลย

 

 

เรื่องราวนี้ได้ถูกตีพิมพ์ใน New York Times เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 1901 และจากความเลวร้ายที่เกินกว่าใครจะคาดคิด ทำให้คนเป็นแม่ที่กักขังลูกสาวของตัวเองเอาไว้ ต้องเข้าไปรับผิดในคุก

แม่ผู้โหดร้ายคนนี้ได้จากโลกนี้ไปหลังจากที่เข้าไปอยู่ในคุกได้เพียง 15 วัน โดยก่อนที่จะตาย เธอสารภาพว่า เธอดูแลลูกสาวของเธอราวกับดูแลสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์

ส่วน Marcel น้องชายของ Blanche ก็ถูกจำคุกนาน 15 เดือน แล้วถูกปล่อยตัวออกมา เพราะจากคำให้การของเขา เขาไม่เคยบังคับหรือจำกัดการเคลื่อนไหวของพี่สาวตัวเองเลย การที่ Blanche ไม่ยอมขยับไปไหนนั้นเป็นความต้องการของตัวหญิงสาวเอง และหลายๆ คนก็เชื่อว่า Marcel คือคนที่ส่งจดหมายไปขอความช่วยเหลือจากอัยการ

 

 

สุดท้ายแล้ว Blanche ก็เข้ารับการดูแลอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช และไม่เคยได้กลับมาสู่สังคมภายนอกอีกเลย และได้เสียชีวิตลงในปี 1913 ที่สถานพักฟื้น

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการตัดสินใจที่ผิดพลาดของคนเป็นแม่ ที่แสดงความเป็นห่วงออกมาจนกลายเป็นการทำร้ายลูกสาวของตัวเอง เพราะอย่างนั้นพวกเราต้องไม่ลืมว่าความหวังดีของเรา บางครั้งเราต้องคำนึงถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายและผลลัพธ์ที่จะตามมาด้วย

 

ที่มา: thevintagenews , craveonline

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...