คนเราถึงแม้ว่าจะรู้สึกพอใจในหน้าตาของตัวเองอยู่แล้ว แต่ก็ยังต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยสักหนึ่งอย่าง ที่เราคิดว่าถ้าเกิดเปลี่ยนไปแล้วจะทำให้เรารู้สึกพอใจมากขึ้น เพราะลึกๆ แล้วมนุษย์ทุกคนก็อยากจะให้ตัวเองดูสมบูรณ์แบบและไร้ซึ่งจุดบกพร่องใดๆ

ช่างภาพ Scott Chasserot อยากรู้ว่าใบหน้าในอุดมคติของแต่ละคนนั้น จะต่างจากใบหน้าจริงๆ มากเพียงใด เขาจึงได้ทำโปรเจกต์ขึ้นมาเพื่อสร้างภาพใบหน้าในอุดมคติขึ้น

 

 

โปรเจกต์ของเขานั้น เริ่มต้นจากการหาอาสาสมัครมาส่วนหนึ่ง ที่เต็มใจจะให้เขาสร้างภาพใบหน้าในอุดมคติของพวกเขาขึ้นมา และให้พวกเขาไว้เพื่อใช้เป็นรูปต้นแบบ

โดยเขาถ่ายรูปอาสาสมัครตั้งแต่ช่วงอกขึ้นมา ให้เห็นใบหน้าชัดเจนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาจึงขอให้อาสาสมัครเก็บผมให้เรียบร้อย ไม่ต้องใส่เครื่องประดับ และไม่ต้องแต่งหน้าเลย

 

 

จากนั้นเขาจึงนำภาพเหล่านั้นมาผ่านโปรแกรมตัดต่อ โดยเขาตัดต่อภาพของคนคนหนึ่งไว้หลากหลายแบบ ในแต่ละแบบก็จะตัดต่อให้มีรูปร่างหน้าตาสวยงามตามค่านิยมความสวยงามในยุคสมัยนี้ เช่น ตัดต่อให้มีใบหน้าเล็ก ตัดต่อให้ดวงตาดูโต ทำให้จมูกดูโด่งขึ้น เป็นต้น

 

เครื่อง EEG

 

ในขั้นตอนต่อมา เขาจะให้อาสาสมัครแต่ละท่านสวมเครื่อง Electroencephalography (EEG) ซึ่งเป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้อ่านค่าคลื่นไฟฟ้าในสมอง แล้วเขาจึงให้อาสาสมัครดูรูปภาพที่เขาตัดต่อไว้

เขาจะเก็บผลการอ่านคลื่นสมองไฟฟ้าตอนที่อาสาสมัครเห็นรูปแต่ละรูปเอาไว้ และวิเคราะห์ดูว่ารูปไหนที่อาสาสมัครดูแล้วรู้สึกถูกใจหรือพึงพอใจบ้าง จะถือว่านั่นคือส่วนหนึ่งของใบหน้าในอุดมคติที่คนคนนั้นต้องการมี

 

 

จากนั้นในขั้นตอนสุดท้าย เขาจะนำรูปภาพที่อาสาสมัครชอบทั้งหมด มาตัดต่อรวมกันให้เกิดใบหน้าในอุดมคติของคนคนนั้น แล้วนำภาพต้นฉบับมาวางคู่กัน เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ว่าใบหน้าในอุดมคติที่คนเราต้องการแตกต่างจากปกติมากแค่ไหน และแตกต่างอย่างไรบ้าง

Chasserot ได้กล่าวถึงแนวคิดของโปรเจกต์นี้ไว้ว่า “เราคอยค้นหาความสวยงามในใบหน้ามนุษย์มาตลอด แต่เราจะทำให้มันเข้ากับใบหน้าเราได้อย่างไรกันนะ แล้วเราจะรู้สึกอย่างไรกับคนรอบตัวบ้าง ถ้าเราได้เห็นใบหน้าในอุดมคติของคนเหล่านั้น

เพื่อค้นหาความงามในอุดมคติ ผมจึงใช้ศิลปะการถ่ายภาพและประสาทวิทยาศาสตร์ร่วมกัน ทำให้เกิดภาพในอุดมคติที่เห็นได้ชัดเจนขึ้น เพราะประสาทจะสามารถสะท้อนภาพในอุดมคติออกมาได้อย่างถูกต้องที่สุด”

 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

ที่มา: designyoutrust

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...